Dr.Billy Hanks Jr.
บิลลี แฮงค์ส จูเนียร์

ประวัติโดยย่อของกระแสการสร้างสาวกสมัยใหม่

ดอว์สัน ทรอตแมน ผู้ริเริ่มกระแสการสร้างสาวกสมัยใหม่ เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1906 ในเมืองบิสบี รัฐอริโซนา เขามาเป็น คริสเตียน เมื่ออายุ 20 ปี และตั้งแต่เขาเริ่มดำเนินชีวิตกับพระคริสต์ใหม่ๆ เขาก็ได้ค้นพบสิ่งสำคัญ ถ้าเขาลงทุนเวลาส่วนตัวในการสร้างผู้เชื่อ ใหม่ คุณภาพชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของคนนั้นจะแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคริสเตียนซึ่ง ได้รับแค่การจับมือทักทาย แต่ไม่มีการติดตามผลเมื่อ เขาเข้ามาสู่คริสตจักร ด้วยเหตุนี้ ดอว์สันจึงพัฒนามิตรภาพกับคริสเตียนใหม่ และแสดงให้คนเหล่านั้นเห็นวิธีเติบโตโดยการฟังพระวจนะของ พระเจ้า รวมทั้งอ่าน ศึกษา ท่องจำ และใคร่ครวญภาวนาพระวจนะ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตของตนใน ปี 1934 เขาก่อตั้งองค์กรสนับสนุนงานคริสตจักรชื่อ “เดอะ เนวิเกเตอร์ส” ปัจจุบัน องค์กรนี้เป็นพันธกิจที่แผ่ขยายไปทั่วโลก นิมิตของเขา คือการฝึกชายและหญิงที่อุทิศตัวให้ทำตามพระมหาบัญชาจนสำเร็จ

“เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัด ที่เราสั่งพวกท่านไว้ และนี่แน่ะ เราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค” (มัทธิว 28:19)

บิลลี แฮงค์ส จูเนียร์ ผู้ก่อตั้ง “ปฏิบัติการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ” เกิดเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ค.ศ. 1944 ที่เมืองซานแองเจโล รัฐเท็กซัส เขาได้รับการเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่ทำไร่ปศุสัตว์ และรับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดเมื่ออายุ 10 ขวบ ในช่วงวัยรุ่น เขาเล่าว่า “ทุกฤดูร้อน ผมจะไปร่วมนมัสการฟื้นฟูที่คริสตจักรของผม และ ‘เดินออกไปข้างหน้า’” ทุกครั้งผมจะกาตรงช่องที่บอกว่า ผมต้องการมอบถวายชีวิตให้พระคริสต์อีกครั้ง คนอื่นคงจะคิดว่าผมเนื้อหนังมาก ความจริงก็คือ “ผมไม่ได้เนื้อหนังผมแค่แสดงความจริงใจว่าผมต้องการเติบโตในความเชื่อมากขึ้นจริงๆ แต่ปัญหาก็คือ ผมต้องการใครสักคนที่จะแสดงวิธีให้ผมเห็นโดยการเป็นแบบอย่าง”

“ท่านทั้งหลายจงทำตามแบบอย่างของข้าพเจ้า เหมือนกับที่ข้าพเจ้าทำตามแบบอย่างของพระคริสต์” (1 โครินธ์ 11:1)

ในปี 1954 บิลลีกับครอบครัวไปพักผ่อนในสก็อตแลนด์ และ “บังเอิญ” ทีมงานประกาศของบิลลี เกรแฮมก็พักอยู่ที่โรงแรมเดียวกัน บิลลีได้พบบิลลี เกรแฮมกับเกรดี วิลสัน (นักประกาศสมทบของบิลลี เกรแฮม) และพวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนกันมาตลอดชีวิต เกรดีสร้างเขาเป็นเวลากว่า 23 ปี จนกระทั่งเกรดีกลับไปอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า พออายุ 20 บิลลีก็ได้เป็นนักศึกษาฝึกงานคนแรกขององค์การประกาศข่าวประเสริฐบิลลี เกรแฮม เขาเดินทางไปทั่วโลกกับทีมงานบิลลี เกรแฮม ทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องการประกาศโดยการจัดงานใหญ่ และกลายเป็นนักประกาศที่มีประสบการณ์ด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้เทศนาใน 29 ประเทศ หลังจากนั้น เมื่อบิลลีอายุ 35 เขาได้รับเชิญให้รับใช้ในฐานะ “ผู้รับใช้ทั่วไป” ขององค์การประกาศข่าวประเสริฐบิลลี เกรแฮม ในงานรับใช้นี้ เขาได้ฝึกผู้สร้างสาวกหลายพันคนให้ทำงานรับใช้กับคริสเตียนใหม่

สมัยเป็นนักศึกษาปีหนึ่ง เขาได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเปลี่ยนจุดศูนย์รวมความสนใจในงานรับใช้ของเขาไปตลอดกาล หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า Born to Reproduce (เกิดมาเพื่อสืบเชื้อสาย) เขียนโดยดอว์สัน ทรอตแมน หลังจากนั้นในวิทยาลัยพระคริสตธรรม เขาได้อ่านหนังสือเรื่อง The Master Plan of Evangelism (ศึกษาวิธีการของพระคริสต์) เขียนโดยโรเบิร์ต โคลแมน และเมื่อเขาตระหนักถึงความสำคัญของการฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิต เขาก็เริ่มสร้างคนที่มีไฟในการทำตามพระมหาบัญชา พวกเขาร่วมกันพัฒนาบทเรียนสร้างสาวกเพื่อคริสตจักรต่าง ๆ จะนำไปใช้ทั่วโลก บิลลีสำเร็จการศึกษาจากเซาธ์เวสเทิร์น แบ๊บติสต์ ธีโอโลจิคัล เซมินารีในฟอร์ทเวิร์ธ รัฐเท็กซัส โดยได้รับปริญญาเทวศาสตร์มหาบัณฑิต และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียแบ๊บติสต์ ในเมืองริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนียและมหาวิทยาลัยเซาธ์เวสต์แบ๊บติสต์ ในเมืองโบลิวาร์ รัฐมิสซูรีในปี 1972 องค์การอินเตอร์เนชันแนล อีแวนเจลิซึม แอสโซซิเอชันได้เกิดขึ้น และปัจจุบันองค์การนี้ได้แนะนำพันธกิจ “ปฏิบัติการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ” ที่มีประสิทธิภาพอย่างสูง องค์การนี้ดำเนินกระบวนการสร้างสาวกที่เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนตามแบบพระคัมภีร์ใหม่ในหลายประเทศและหลายภาษา เป้าหมายที่เขามีมาตลอดคือ การทำงานผ่านคริสตจักร วิทยาลัย มหาวิทยาลัย และวิทยาลัยพระคริสตธรรมคริสเตียนที่มีนิมิต

บิลลีเองเคยสร้างผู้นำที่เดินในทางของพระเจ้าจำนวนหนึ่ง บางคนเป็นวิทยากรและนักธุรกิจคริสเตียนที่โดดเด่น ส่วนคนอื่น ๆ ก็เป็นศิษยาภิบาลและมิชชันนารีที่อุทิศตัว และในจำนวนนี้คือริค วอร์เรน ซึ่งเขียนหนังสือเรื่อง The Purpose Driven Life (ชีวิตที่เคลื่อนไปด้วยวัตถุประสงค์) ในหนังสือชีวประวัติของริค ซึ่งมีชื่อว่า A Life With Purpose (ชีวิตที่มีวัตถุประสงค์) เขียนโดยจอร์จ แมร์ ผู้เขียนได้กล่าวถึงอิทธิพลที่การสร้างสาวกมีต่อชีวิตของริคไว้ว่า

“ระหว่างที่ริคอยู่ในแคลิฟอร์เนีย เขาได้รับอิทธิพลอย่างมากจากสองคน คือ บิลลี แฮงค์ส จูเนียร์ และดับเบิลยู. เอ. คริสเวลล์ การได้พบสองคนนี้จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางที่ริค วอร์เรนจะเดินไป และจะวางพื้นฐานสำหรับสิ่งที่วันหนึ่งจะกลายเป็นคริสตจักรแซดเดิลแบ็ค วาลลีย์ คอมมิวนิตี” (หน้า 51, 52)

บิลลี แฮงค์ส จูเนียร์รับใช้อย่างกระตือรือร้นไปทั่วโลกและที่เวสต์ เท็กซัส แรนช์ ฟอร์ ไครสต์ เวลานี้ยุทธวิธีคริสตจักรผู้นำและกระบวนการฝึกโดยอาศัยมิตรภาพเป็นรากฐานของ“ปฏิบัติการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ” มีการสอนแบบให้หน่วยกิตในวิทยาลัยพระคริสตธรรมหลายแห่งในอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ และยุโรปตะวันตก ดร. แฮงค์สเดินตามรอยของทรอตแมน และกำลังสอนศิษยาภิบาลที่ใส่ใจต่อพระมหาบัญชาหลายพันคน จากสี่สิบสังกัดคณะ ให้รู้วิธีปิด “ประตูหลัง” และ “ฝึกสมาชิกในคริสตจักร” ให้เติบโตและทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ

 “บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วงอกงามจำเริญขึ้น เกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง” (มาระโก 4:8)