เข้าใจหลักสูตรสู่การเป็นผู้สร้างสาวก

พัฒนาทักษะการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ และช่วยให้คนอื่นทำได้ด้วย

 

                     “…จงไปสร้างสาวกจากมวลประชาชาติ…”

                      (มัทธิว 28:19 อมตธรรมร่วมสมัย)

 

ขอต้อนรับสู่ประสบการณ์การสอนที่ให้ผลคุ้มค่าที่สุดแบบหนึ่งของความเชื่อคริสเตียน หลักสูตรนี้มีรูปแบบพิเศษที่ อาศัยความสัมพันธ์โดยออกแบบมาเพื่อใช้ในการสร้างสาวกแบบตัวต่อตัวชีวิตสัมผัสชีวิต ในคริสตจักรยุคปัจจุบัน สิ่งที่หลักสูตรนี้สอนช่วยเตรียมผู้เรียนให้พร้อมสำหรับการเดินทางอันเร้าใจสู่การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณและ งานรับใช้ส่วนตัว คาบเรียนแต่ละสัปดาห์จะช่วยเสริมกำลังให้กลุ่มของคุณ เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้นในอาณาจักร ของพระเจ้าเมื่อพวกเขาได้รับทักษะการรับใช้ใหม่ๆและเนื่องจากเวลานี้คริสตจักรต่างๆทั่วโลกกำลังเน้นเรื่อง การฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิต ผู้ที่รับการฝึกจากคุณจึงสามารถคาดหวังที่จะใช้และบอกเล่าทุกสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ จากคำสอนที่ช่วยปลุกเร้าใจเป็นอย่างดีของหลักสูตรนี้ วิธีการสอนในลักษณะพูดคุยโต้ตอบของบทเรียนนี้จะสร้าง วิสัยทัศน์ใหม่และให้การฝึกฝนฝ่ายจิตวิญญาณสำาหรับวิถีชีวิตแห่งการสร้างสาวกตามแบบพระคัมภีร์ใหม่

เมื่อคุณเตรียมสอนหลักสูตรนี้  คุณสามารถเริ่มต้นด้วยการคิดถึงคำนิยามต่อไปนี้คือ การสร้างสาวกหมายถึง ความสัมพันธ์ที่ดีตามแบบพระคัมภีร์ ซึ่งคริสเตียนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าจะใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับคริสเตียนที่ยังเด็ก กว่า โดยการแสดงให้เห็นวิธีดำเนินชีวิตโดยความเชื่อ พัฒนาลักษณะชีวิตในทางของพระเจ้า และเพิ่มความ ชำนาญแก่ทักษะการรับใช้เมื่อใช้การฝึกส่วนตัวร่วมกับการสอนกลุ่มย่อยตามปกติ การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ อย่างรวดเร็วมากๆก็จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในชุมชนคริสเตียนยุคแรก เป็นเรื่องสำคัญที่ สมาชิกในกลุ่มของคุณจะต้องฝึกฝนวินัยฝ่ายจิตวิญญาณของตัวเองก่อน แล้วพวกเขาจึงจะพร้อมที่จะถ่ายทอด ทักษะเหล่านั้นให้คนอื่นสัปดาห์แรกๆของหลักสูตรนี้จะมุ่งเน้นที่การเตรียมตัวดังกล่าว

 

พันธกิจแบบชีวิตสัมผัสชีวิตของผู้สร้างสาวกคริสเตียนจะใช้วิธีการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณตามหลักพระคัมภีร์ซึ่ง อธิบายไว้ใน 2ทิโมธี2:2 อัครทูตเปาโลเขียนไว้ว่า

 จงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายๆคนไว้กับ บรรดาคนซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย

กระบวนการมอบคำสอนในพระคัมภีร์แก่คนอื่นจะช่วยให้การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณและคำพยานส่วน ตัวสามารถทวีคูณได้ตามธรรมชาติ ภารกิจของหลักสูตรนี้คือ การช่วยคริสตจักรต่างๆ ฝึกผู้สร้างสาวก เพื่อพวกเขาจะผูกมิตรและเตรียมสมาชิกใหม่ของคริสตจักรให้มีทักษะฝ่ายจิตวิญญาณที่จำเป็นสำหรับ การมีพันธกิจที่เกิดผลไปตลอดชีวิต

 

ทำไมการสร้างสาวกตามแบบพระคัมภีร์ใหม่จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง –

ผู้เชื่อใหม่ต้องการมากกว่าการกล่าวสวัสดีทักทายเมื่อพวกเขาเข้ามาสู่คริสตจักร พวกเขาต้องการมิตร ภาพที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง เรื่องนี้ต้องอาศัยผู้เชื่อที่เตรียมพร้อมจะเดินเคียงข้างเขาพร้อมกับลงทุน ในชีวิตของเขา ด้วยมิตรภาพฝ่ายจิตวิญญาณแบบนั้นสมาชิกใหม่ของคริสตจักรคุณจะได้เรียนรู้วิธีเติบโต วิธีใช้ของประทานฝ่ายจิตวิญญาณและรู้สึกได้รับการต้อนรับในคริสตจักรเพื่อจะช่วยพันธกิจนี้ สมาชิก แต่ละคนที่เข้าร่วมกลุ่มของคุณจะได้รับการฝึกให้สามารถสร้างสมาชิกใหม่และช่วยสมาชิกใหม่สร้าง เครือข่ายเพื่อนคริสเตียนที่มีแรงจูงใจฝ่ายจิตวิญญาณ

นอกจากให้การสามัคคีธรรมฝ่ายจิตวิญญาณแล้ว ผู้สร้างสาวกของคริสตจักรคุณจะช่วยตอบคำถามต่างๆ ของสมาชิกใหม่และเป็นคู่อธิษฐานส่วนตัวของสมาชิกใหม่ด้วย โดยพันธกิจแบบอาศัยความสัมพันธ์นี้ ทุกคนที่รับการสร้างจะได้รับการเชิญชวนให้เข้าร่วมกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ และร่วมนมัสการอย่างสัตย์ซื่อ การลงทุนเวลาและอิทธิพลฝ่ายจิตวิญญาณนี้มีพื้นฐานมาจากข้อพระคัมภีร์ที่พูดถึงการสอนอย่างเช่น สุภาษิต13:20ก ซึ่งกล่าวว่าคนที่เดินกับคนมีปัญญาจะกลายเป็นคนมีปัญญา…” ประสบการณ์ได้แสดง ให้เห็นว่าการเติบโตอย่างรวดเร็วของคริสเตียนจะเกิดขึ้นตามธรรมชาติในบริบทของการมีความสัมพันธ์ ฝ่ายจิตวิญญาณที่มีความหมายกับผู้เชื่อที่เป็นผู้ใหญ่กว่า

 

ต้องทำโดยเจตนา คริสตจักรหลายแห่งไม่มีกระบวนการที่เจตนามุ่งหมายจะให้เกิดการฝึกส่วนตัว และเมื่อคริสตจักรไม่ได้นำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร ผลที่ตามมาก็คือ บรรดาศิษยาภิบาลได้แต่ หวังว่า สมาชิกใหม่จะเจอคริสเตียนที่อุทิศตัวและคริสเตียนคนนั้นจะช่วยสร้างเขา การละเลยที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และมักจะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวนี้ ทำให้“ประตูหลัง”ของคริสตจักรเหล่านั้นเปิดอ้าทิ้งไว้  ในทางตรงกันข้ามเวลา นี้หลายคริสตจักรอย่างเช่นคริสตจักรของคุณ กำลังเตรียมกระบวนการสร้างสาวกระยะยาว เพราะพวกเขาต้องการ ต้อนรับ หนุนใจ และเตรียมสมาชิกใหม่ นี่คือเหตุผลเบื้องหลังที่ศิษยาภิบาลและเจ้าหน้าที่คริสตจักรของคุณ รับหลักสูตรการสอนที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิตนี้มาใช้ ทั้งข้อพระคัมภีร์และแนวคิดที่คุณจะสอนจะช่วยคุณเตรียม ผู้สร้างสาวกรุ่นต่อไปให้พร้อมสำหรับงานรับใช้ของพวกเขา

พระเยซูทรงเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า พระองค์ห่วงใยมากเรื่องความต้องการพิเศษของคริสเตียนใหม่ ยกตัวอย่างเช่น พระองค์ถามว่าซีโมนบุตรยอห์นเอ๋ยท่านรักเรามากกว่าพวกนี้หรือ?”เมื่อซีโมนเปโตรตอบว่า ใช องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเยซูก็ตอบว่า จงเลี้ยงดูลูกแกะของเราเถิด (ยอห์น 21:15) พระผู้เลี้ยงประเสริฐของเราตรัสไว้ชัดเจนที่สุดว่า  การลงทุนในชีวิตผู้เชื่อใหม่คือ การสำแดงออกอย่างชัดเจนว่าเรารักพระเจ้า

คำพยานของคริสเตียน – เป็นเวลาหลายปีที่คริสตจักรต่างๆได้มองข้ามทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในการบรรลุภารกิจ ซึ่ง พวกเขาได้รับมอบหมายที่เหมือนตลกร้ายก็คือ ทรัพยากรฝ่ายจิตวิญญาณที่ถูกละเลยนี้คือสมาชิกที่เป็นผู้เชื่อใหม่ ล่าสุดของพวกเขาเอง   ทำไมคริสเตียนวัยเยาว์เหล่านี้จึงมักจะมีประสิทธิภาพมากในเรื่องการประกาศ? ก็เพราะตาม ปกติพวกเขาจะเต็มล้นด้วยความชื่นชมยินดีภายใน และยังคงมีสะพานความสัมพันธ์ตามธรรมชาติกับครอบครัวหรือ เพื่อนที่ไม่เป็นคริสเตียน โดยศักยภาพแล้วแต่ละคนสามารถเรียนรู้ที่จะเป็นพยานได้โดยธรรมชาติ และไม่ช้าผู้สร้างสาวก ที่ได้รับการฝึกของคริสตจักรคุณก็จะเดินเคียงข้างคริสเตียนใหม่เหล่านี้ไปและแสดงให้เขาเห็นวิธีตอบสนองโอกาส เป็นพยานในชีวิตประจำวัน ด้วยแบบอย่างของพวกเขาหลายคนจะได้เรียนรู้วิธีบอกเล่าความเชื่อของตนแบบเป็นวิถีชีวิต และเรียนรู้วิธีที่ตัวเขาเองจะหนุนใจและฝึกคนอื่นต่อไป  กระบวนการสร้างสาวกแบบชีวิตสัมผัสชีวิตอันเรียบง่ายนี้ คือวิธีที่การทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณจะเริ่มต้นและขยายตัวในสภาพแวดล้อมของคริสตจักรที่สุขภาพดี
ความเข้าใจใหม่ มีศิษยาภิบาลในปัจจุบันเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆที่ตระหนักถึงความสำคัญของการวางแบบอย่างที่ดี ให้สมาชิกใหม่ทำตามและ ครูอาจารย์คริสเตียนหลายคนก็ยอมรับว่า ถึงแม้การสร้างสาวกได้ถูกละเลยมานาน แต่มันคือ ส่วนประกอบสำคัญยิ่งในพันธกิจของคริสตจักรที่สุขภาพดีในหลายทศวรรษที่ผ่านมาชั้นเรียนสมาชิกใหม่หลากหลาย รูปแบบได้ถูกจัดขึ้นเพื่อช่วยคริสตจักรต่างๆปิด“ประตูหลัง”อย่างไรก็ตามยังเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการลดจำนวน ผู้เชื่ออย่างน่าวิตกทั่วโลกยังคงเป็นปัญหาอยู่ สภาวะเรื้อรังนี้ยืนยันว่าการพึ่งพาแนวทางที่ใช้กลุ่มย่อย เพื่อนำสมาชิกใหม่ เข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรนั้นยังไม่เพียงพอการทดสอบภาคสนามอย่างกว้างขวาง ในหลายประเทศได้เผยให้ เห็นว่า วิธีการที่จะนำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรได้อย่างเป็นธรรมชาติและประสบความสำเร็จ มากที่สุดก็คือ มิตรภาพที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลาง หลักสูตรนี้มุ่งเน้นที่เหตุผล ซึ่งเราสังเกตเห็นได้ว่า ทำไมวิธีการใช้ความสัมพันธ์จึงไว้ใจได้มากจริงๆไม่ว่าจะนำมาปฏิบัติเมื่อไรก็ตามตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา
 มิตรภาพคือตัวแปร  –ผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าความรู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนเป็นเรื่องสำคัญมาก สำหรับ สมาชิกใหม่ในคริสตจักร พวกเขาปรารถนามิตรภาพที่มีความหมายในแบบคริสเตียน ถ้าไม่มีความผูกพันแบบนั้น  พอเวลาผ่านไปพวกเขาก็มักจะเดินออก“ประตูหลัง”ของคริสตจักรไปโดยไม่มีใครสังเกต นี่คือเหตุผลข้อหนึ่งที่ บทเรียนสู่การเป็นผู้สร้างสาวกถูกพัฒนาขึ้นมันช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนของการมีสามัคคีธรรมอย่างมีความสุข บรรยากาศฝ่ายจิตวิญญาณที่อบอุ่นนี้ก่อให้เกิดความพึงพอใจและพัฒนา ความเป็นผู้ใหญ่เนื่องจากภารกิจการสอน ของคุณคือ การจัดเตรียมให้สมาชิกใหม่สามารถเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณได้โดยทันทีและเติบโตในระยะยาว  ผู้สร้างสาวก รายใหม่ๆของคุณจึงตอบสนองความต้องการระดับยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของพันธกิจ   ถ้าพวกเขาไม่ลงทุนด้วยเวลา และการหนุนใจ ก็คาดการณ์ได้ว่าผู้เชื่อใหม่และสมาชิกใหม่ของคริสตจักรคุณ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่น้อยจะไม่เติบโต และผลก็คือ พวกเขาจำนวนมากจะไม่มีวันได้เรียนรู้วิธีบอกเล่าความเชื่อของตนอย่างมีประสิทธิภาพ  แบบแผนการ ละเลยเรื่องง่ายๆที่เกิดขึ้นซ้ำซากนี้คือเหตุผลที่คริสเตียนใหม่มากมายค่อยๆท้อใจและไม่กระตือรือร้น เมื่อมองย้อน กลับไปมีพวกเขาเพียงน้อยคนเท่านั้นที่จะมีวันเข้าใจว่า ทำไมประสบการณ์ในคริสตจักรของเขาจึงไม่จุใจเอาเสียเลย  พวกเขาจะอยู่กับความรู้สึกผิดและผิดหวังระคนกัน   เพราะเคยชิมและชอบความจริงนั้นแล้ว แต่ไม่ได้เรียนรู้ที่จะเติบโต   ที่น่าเศร้าคือความล้มเหลวนี้คือ คำบรรยายแบบแผนที่เห็นได้ของคริสเตียนใหม่จำนวนมากทั่วโลก

การดูแลส่วนตัว เนื่องจากคริสเตียนใหม่เข้ามาในคริสตจักรของพระเจ้าในฐานะผู้เชื่อแรกเกิดเราจึงต้องปฏิบัติต่อ พวกเขาเหมือนลูกแกะ ด้วยพันธกิจการติดตามผลส่วนตัวของปฏิบัติการทวีคูณ   การเลี้ยงดูฝ่ายจิตวิญญาณที่จำเป็น จะมีไว้ให้ทันที  การหนุนใจฝ่ายจิตวิญญาณส่วนตัวจะมีไว้ให้จนกระทั่งสมาชิกใหม่แต่ละคนเติบโตอย่างคงเส้นคงวา บอกเล่าความเชื่อของตนอย่างเป็นธรรมชาติและฝึกคนอื่นอย่างประสบความสำเร็จ   พระคัมภีร์บรรยายว่า จิตวิญญาณที่มีความรักและคอยให้การดูแลส่วนตัวเช่นนี้ปรากฏครั้งแรกในคริสตจักรยุคแรก เปาโลเขียนไว้ว่า เราอยู่ในหมู่พวกท่านด้วย ความสุภาพ อ่อนโยน เหมือนมารดาที่เลี้ยงดูลูกของตน(1 เธสะโลนิกา 2:7)

มีอิสระที่จะแสดงออก  –โดยมิตรภาพส่วนตัว บรรยากาศความเปิดเผยอย่างแท้จริงจะพัฒนาขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในคริสตจักรที่สร้างสาวก    เมื่อเวลาผ่านไปแนวทางที่ใช้ความสัมพันธ์อย่างอดทนในการนำสมาชิกใหม่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรจะช่วยเปิดโอกาสให้พูดคุยเรื่องอ่อนไหวกันได้ พันธกิจที่อาศัยความสัมพันธ์ จะเปิดโอกาสที่จำเป็นทำให้สามารถพูดคุยกันส่วนตัวในเรื่องการทดสอบและ ความท้าทายต่างๆที่คาดคะเน ได้ว่าจะเกิดขึ้นในชีวิต โดยอาศัยความรู้ความเข้าใจจากคำสอนในพระคัมภีร์ผลก็คือ โดยปกติแล้วความก้าวหน้า ฝ่ายจิตวิญญาณจะเกิดขึ้นในชีวิตของผู้ที่ได้รับการฝึกสมาชิกในทีมของคุณ จะสังเกตเห็นความเป็นผู้ใหญ่ ฝ่ายจิตวิญญาณแบบใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นนี้   เมื่อพวกเขานัดพบกับคนที่รับการฝึกจากเขา พระคัมภีร์สรุปการ เปลี่ยนแปลงซึ่งเป็นประสบการณ์อันยอดเยี่ยมนี้ไว้ว่า  “ฉะนั้นถ้าใครอยู่ในพระคริสต์ เขาก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น” (2 โครินธ์ 5:17)

การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ เมื่อสมาชิกใหม่ในคริสตจักรของคุณพร้อมสำาหรับงานรับใช้ในอนาคตแล้ว คนที่รับใช้ ในฐานะผู้สร้างสาวกก็จะทำหน้าที่เป็นแบบอย่างฝ่ายจิตวิญญาณ ฟีลิปปี 4:9 กล่าวว่าและพวกท่านจงปฏิบัติตามสิ่ง ที่ท่านเรียนรู้รับไว้ ได้ยิน และได้เห็นในข้าพเจ้าแล้วพระเจ้าผู้ประทานสันติสุขจะสถิตกับพวกท่านและตามปกติแล้ว ความรับผิดชอบที่มีความหมายนี้ จะเร้าใจผู้ที่รับใช้ให้จดจ่อที่พัฒนาการฝ่ายจิตวิญญาณของตนเอง เมื่อพวกเขาพยายาม จะเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คนอื่นๆ กระบวนการฝึกหัดฝ่ายจิตวิญญาณนี้มีพื้นฐานมาจากต้นแบบอมตะในพระคัมภีร์ซึ่ง กษัตริย์ซาโลมอนบรรยายไว้ว่าวิธีการอาศัยความสัมพันธ์ตามแบบพระคัมภีร์คือเส้นทางที่ไว้ใจได้ว่าจะนำไปสู่ พัฒนาการฝ่ายจิตวิญญาณอย่างต่อเนื่อง การฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิตของปฏิบัติการทวีคูณจะดำเนินตามแบบแผนสำคัญ ในประวัติศาสตร์นี้  พันธกิจที่ให้ผลคุ้มค่านี้ช่วยเตรียมสมาชิกใหม่ของคริสตจักรให้ “…เจริญขึ้นในพระคุณและใน ความรู้ของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดของเรา ขอพระเกียรติจงมีแด่พระองค์ทั้งในปัจจุบันนี้ และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน(2 เปโตร 3:18)

ตารางเวลาที่ยืดหยุ่น -รูปแบบที่จัดทำขึ้นพิเศษของหลักสูตรนี้ ทำให้การจัดเวลานัดหมายใหม่เป็นเรื่องง่ายในกรณีที่ ผู้สร้างสาวก หรือสมาชิกใหม่ติดธุระแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความยืดหยุ่นนี้จะทำให้ไม่มีใครพลาดการสอนที่สำคัญไป    เคล็ดลับอีกประการที่อยู่เบื้องหลังความมีประสิทธิภาพของกระบวนการฝึกนี้ก็คือ ความมุ่งเน้นที่ความคงเส้น คงวา การบ้านประจำสัปดาห์ช่วยให้มีการใช้เวลาด้วยกันอย่างมีคุณภาพด้วยการอธิษฐาน ศึกษาพระคัมภีร์ สามัคคีธรรม และทำกิจกรรมสร้างงานรับใช้ในการนำของพระเยซู พระคัมภีร์ได้บรรยายแง่มุมด้านความสัมพันธ์นี้ไว้ โดยย้ำเตือนเราว่า “พระองค์จึงทรงแต่งตั้งสิบสองคนไว้ให้อยู่กับพระองค์ เพื่อจะทรงใช้พวกเขา ออกไปประกาศ” (มาระ โก 3:14) ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับสาวกสิบสองคน เป็นหัวใจหลักแห่งพระราชกิจของพระองค์
    พันธกิจที่สมดุล- ขอให้คุณใช้เวลาสักครู่นึกภาพแกรนด์เปียโนหลังงามจากนั้น ให้คุณถามตัวเองว่า ทำไมมันจึงมี สามขา? คุณเห็นด้วยไหมว่าแต่ละขาทำหน้าที่ด้านกายภาพที่สำคัญเท่าๆกัน? ถ้าไม่มีแต่ละขาทำหน้าที่ของตน เครื่องดนตรีชิ้นนี้ก็คงไม่สามารถบรรลุจุดมุ่งหมายทางดนตรีของมันได้ แกรนด์เปียโนต้องการทั้งสามขาฉันใด คริสตจักรก็จำเป็นต้องใช้วิธีสื่อสารในพระคัมภีร์ใหม่ทั้งสามแบบฉันนั้นคือ การเทศนา การสอน และการฝึก ทุกวันนี้คริสตจักรส่วนใหญ่ได้รับการอวยพรให้มีการเทศนาและการสอนที่ดี  แต่มีเพียงน้อยแห่งที่มีพันธกิจการ ฝึกตามหลักพระคัมภีร์ และในหลายกรณีลักษณะเด่นประการที่สามของพันธกิจที่มีประสิทธิภาพตามแบบพระคัมภีร์ ใหม่นี้ได้ถูกละเลย หรือไม่ก็ขาดหายไปทั้งหมด
    การทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ –ถ้าจะให้พันธกิจของคริสตจักรแข็งแกร่งและบรรลุศักยภาพสูงสุด จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง จากการบวกฝ่ายจิตวิญญาณมาเป็นการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ การทวีคูณเป็นหลักการฝ่ายจิตวิญญาณอันทรงพลังซึ่ง พระเจ้าทรงเรียกคริสตจักรให้บรรลุพระมหาบัญชาโดยใช้หลักการนี้  “บ้างก็ตกที่ดินดีแล้วงอกงามจำเริญขึ้นเกิด ผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง” (มาระโก 4:8)

อย่างไรก็ตามถ้าจะให้คริสตจักรยอมรับวิธีการแบบศตวรรษที่หนึ่งนี้อย่างกว้างขวาง จะต้องมีคนช่วยคริสเตียนรุ่นปัจจุบัน ของเราให้เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ เราจะเก็บเกี่ยวทุ่งนาฝ่ายจิตวิญญาณของโลกนี้ได้ก็โดยการมีส่วนร่วมใน การสร้างสาวกส่วนตัวอย่างเข้มข้น  เมื่อสมาชิกคริสตจักรที่ทุ่มเทอย่างสูงนำแบบแผนการรับใช้นี้ไปปฏิบัติอย่างสัตย์ซื่อ พอเวลาผ่านไปเราก็จะประกาศแก่คนทั้งเมือง ทั้งจังหวัด หรือทั้งประเทศใดๆก็ได้  แบบอย่างการสร้างสาวกของคริสตจักร ยุคแรกนั้นเป็นธรรมชาติ ถ่ายทอดต่อไปได้ง่ายและทำได้จริงจนคริสตจักรร่วมสมัยทุกแห่งสามารถทำได้ กระบวนการ ที่มีพลังขับเคลื่อนนี้ต้องการเพียงแค่ความเข้าใจข้อพระคัมภีร์อย่าง 2ทิโมธี 2:2 บวกกับความตั้งใจแน่วแน่ที่จะฝึก ผู้สร้างสาวกให้มากพอที่จะช่วยฝึกสมาชิกใหม่ทุกคนเป็นรายบุคคล ให้พวกเขาเติบโต บอกเล่าความเชื่อของตน และทวีคูณ ฝ่ายจิตวิญญาณ

ปิด ประตูหลังของคริสตจักร เวลานี้ผู้นำคริสเตียนจำนวนมากที่มีความห่วงใย กำลังวิเคราะห์อัตราการลด จำนวนอย่างน่าตกใจภายในคณะสังกัดของตน  จากประสบการณ์ส่วนตัวพวกเขาตระหนักชัดแจ้งว่าผู้เชื่อใหม่ใน ปัจจุบันกำลังเผชิญหน้ากับการล่อลวงและสิ่งเบี่ยงเบนความสนใจสารพัดอย่างในโลกนี้  พวกเขารู้ว่าศัตรูของคริสตจักร สามารถโจมตีจุดอ่อนหลักๆของสมาชิกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  เพื่อกัดเซาะความมีชีวิตชีวาฝ่ายจิตวิญญาณของพวก เขา คำอุปมาเรื่องดินสี่ชนิดของพระเยซูวาดภาพความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนี้ไว้อย่างชัดเจน  บ้างก็ตกกลางต้น หนาม   ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย จึงไม่เกิดผล(มาระโก   4:7)   คำอุปมานี้ยังแสดงให้เห็นว่าอิทธิพลฝ่ายจิตวิญญาณ ทางลบเหล่านี้สามารถส่งผลต่อการดำเนินชีวิตส่วนตัวและคำพยานส่วนตัวของคริสเตียนได้อย่างไร  และเมื่อต้องอยู่ใน สถานการณ์เหล่านี้ ความรับผิดชอบขั้นแรกของเราก็คือ การนำทางและปกป้องผู้เชื่อใหม่ทุกคนอย่างรอบคอบ

สร้างผลกระทบทั่วโลก –เมื่อคริสต์ศาสนารื้อฟื้นวิธีการเรียนรู้โดยการสังเกตซึ่งคริสตจักรได้ละเลยไปนาน บรรดาพยานรุ่นใหม่ที่มีพลังก็จะได้รับการเตรียมสำหรับงานรับใช้และไม่นานกลุ่มคนผู้รับการฝึกจากคุณก็จะเป็นส่วน หนึ่งของคนจำนวนนั้น ลูกา10:2 บอกเราว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมาก แต่คนงานยังน้อยอยู่”ดังนั้นพระเจ้าทรงบัญชาให้เรา ขอให้พระเจ้า  “ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์” ความจำเป็นเร่งด่วนนี้คือคำอธิบายว่าทำไมชีวิตการอธิษฐาน ส่วนตัวของคุณ และการที่คุณเตรียมตัวจะสอนหลักสูตรนี้  จึงมีความสำคัญมากในช่วงหลายสัปดาห์ต่อจากนี้ โลกไม่เคย ต้องการคนงานที่ผ่านการฝึกมากขนาดนี้มาก่อน เนื่องจากคนที่ยังไม่เคยได้ยินข่าวประเสริฐมีจำนวนมากมายมหาศาล     คริสเตียนในทุกประเทศจึงได้รับการนำให้ค้นพบวิธีสร้างสาวกและทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณอีกครั้ง ดังนั้นพันธกิจของคุณ จึงเป็นที่ต้องการอย่างสูง ขอให้ลูกศิษย์ที่อุทิศตัวของคุณได้รับนิมิตที่จะมีวิถีชีวิตแห่งการทำาพันธกิจผ่านความสัมพันธ์ กันทุกๆคน   และบรรลุบทบาทยุทธศาสตร์ของตนในการทำให้พระมหาบัญชาสำาเร็จ

เมื่อคุณสอนบทเรียนในคู่มือนี้   สิ่งสำคัญที่คุณต้องทำคือทูลขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้พระองค์ ทำให้เนื้อหา ของแต่ละสัปดาห์เป็นคำาพูดของคุณเอง เพื่อช่วยให้เกิดความต่อเนื่องตามเจตนาของหลักสูตรนี้   เราได้ พยายามทำให้มันมีลักษณะผ่อนคลายและมีการสนทนา นอกจากนั้นขอให้จำไว้ว่าพระเจ้าจะใช้ข้อพระคัมภีร์ ศึกษาในการสร้างความเชื่ออันแรงกล้าในจิตใจ    และการเปลี่ยนแปลงฝ่ายจิตวิญญาณ ลำพังการสอนเพียง อย่างเดียวไม่อาจสร้างทักษะการสร้างสาวกที่นำาเสนอใน 12 คาบเรียนนี้ได้อย่างมี ความหมายในชีวิตสมาชิก กลุ่มของคุณ นี่คือเหตุผลที่กระบวนการฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิตของปฏิบัติการทวีคูณ เป็นหัวใจของหลักสูตร ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจนี้

การพึ่งพาฝ่ายจิตวิญญาณ เมื่อสมาชิกในกลุ่มของคุณเริ่มฝึกสร้างสาวกตามแบบพระคัมภีร์ใหม่พวกเขา จะสัมผัสได้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์กำลังสร้างท่าทีแง่บวกใหม่ๆและ สร้างการอุทิศตัวขึ้นในชีวิตของพวกเขา คนที่รับการฝึกจากคุณจะก้าวข้ามการเป็นเพียงผู้ชมและ กลายเป็นผู้มีส่วนร่วมในพระมหาบัญชาอย่าง ตื่นเต้นและจริงจัง การอุทิศตัวที่ยกระดับขึ้นนี้จะเสริมสร้างทุกแง่มุมในชีวิตของพวกเขาและเสริมสร้างงาน รับใช้ทุกอย่างที่พระเจ้าทรงนำให้พวกเขาปรนนิบัติ ขอให้สิ่งที่คุณสังเกตเห็นจากประสบการณ์ การเปลี่ยน แปลงอย่างต่อเนื่องนี้จะเร้าใจให้คุณสอนหลักสูตรนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก  คำสอนจากพระคัมภีร์ใน หลักสูตรนี้จะ ยังเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องสำหรับคริสเตียนรุ่นใหม่ทุกๆรุ่นซึ่งปรารถนาจะเป็นคนงานที่มีประโยชน์ อย่างสูงในการเก็บเกี่ยวของพระเจ้า

การใช้บทเรียนของคุณ –ให้คุณเปิดไปที่หน้า3ของคู่มือผู้นำ(ผู้สอน) และสังเกตว่ามีหลักสูตรการสอนบางส่วนอยู่ในกรอบ สี่เหลี่ยม (ในขณะที่ส่วนอื่นๆไม่อยู่ในกรอบข้อมูลในกรอบสี่เหลี่ยม) จะมีอยู่เฉพาะในคู่มือผู้นำ(ผู้สอน) ของคุณเท่านั้น  ส่วนข้อมูลที่ไม่อยู่ในกรอบจะอยู่ทั้งในคู่มือผู้นำและคู่มือผู้เรียน  ส่วนที่อยู่ในกรอบนั้นมีคำอธิบายในการสอนซึ่งจะให้ ตัวอย่างการขยายความและคำถาม เพื่อจะอธิบายแล้วก็อภิปรายกันระหว่างแต่ละคาบเรียนที่มาพบกันเป็นกลุ่ม

เนื้อหาที่ไม่อยู่ในกรอบควรจะให้สมาชิกในกลุ่มย่อยของคุณอ่านออกเสียงคุณสามารถคาดหวังได้ว่าผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่จะ ชอบอ่านออกเสียง อย่างไรก็ตามบางคนอาจรู้สึกอึดอัดที่จะอ่านออกเสียง ดังนั้นให้คุณมองหาคนที่แสดงออกด้วยตัวเอง ว่าเขาเต็มใจที่จะอ่าน การมีส่วนร่วมทุกระดับของคนในกลุ่มจะช่วยสร้างความตื่นเต้นและความเป็นอันหนึ่งอันเดียว กันในการมีส่วนร่วมระหว่างคาบเรียนของแต่ละสัปดาห์ เวลาสมาชิกในกลุ่มของคุณอ่านคุณก็จะมีเวลาคิดล่วงหน้า และ พร้อมสำหรับการอภิปรายเนื้อหาส่วนต่อไปของหลักสูตร     เมื่อคุณเจอกรอบสี่เหลี่ยมในคู่มือผู้นำ ให้คุณแสดง ความคิดเห็นตามที่ระบุ ยกตัวอย่างหรืออธิบายขยายความ เวลาเตรียมสอนเราขอแนะนำให้คุณใช้ปากกาเน้นข้อความ ป้ายคำสำคัญๆ ที่จะช่วยจุดประกายความคิดของคุณในการอภิปราย

รูปแบบของบทเรียน –ในกรอบสี่เหลี่ยมบางกรอบ คุณจะสังเกตเห็นว่ามันมีทั้งส่วนที่เป็นพื้นเทาและส่วนที่เป็นพื้นขาว  ประโยคในกรอบพื้นเทาคือคำสั่งโดยตรงที่เขียนไว้สำหรับคุณโดยเฉพาะ ในฐานะที่คุณเป็นผู้นำกลุ่ม(ผู้สอน)ตัวอย่างเช่น:

ประโยคในกรอบพื้นขาวจะบอกว่าคุณจำเป็นต้องพูดบางอย่างแก่กลุ่มของคุณตัวอย่าง เช่น คุณอาจได้รับคำสั่งให้ถามคำถามคนในกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น:

คู่มือผู้นำ – คู่มือผู้นำ(ผู้สอน) ของคุณออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับการขยายเนื้อหาของคู่มือผู้เรียนแต่ละหน้า ให้กลายเป็นหลายหน้า การวางรูปแบบแบบนี้ทำให้มีที่ว่างสำหรับเขียนคำอธิบายเพื่อจะช่วยคุณในการนำกลุ่ม  ขอให้สังเกตว่าเนื้อหาบางส่วนที่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมจะบอกเลขหน้าไว้ด้วย ตัวอย่างเช่น:

 

เมื่อมีการระบุเลขหน้าให้คุณพลิกไปที่หน้านั้นหาตัวเลขที่ตรงกันและยกตัวอย่างหรือพูดขยายความเรื่อง นั้น อย่าลืมทบทวนเนื้อหาการสอนส่วนนี้ก่อนคาบเรียนกลุ่มย่อยของแต่ละสัปดาห์   สิ่งที่สำคัญคือ คุณต้องเตรียมพร้อมที่จะพูดเรื่องนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องอ่านจากภาคผนวกขณะนำกลุ่ม

 

ให้คุณเปิดไปที่หน้า 4 ของคู่มือผู้นำ(ผู้สอน)เล่มนี้ และให้สังเกตว่าช่องว่างต่างๆ นั้นเติมไว้แล้ว อย่างไรก็ตามในหนังสือสำหรับผู้เรียน ช่องว่างเหล่านี้จะยังว่างอยู่ ลูกศิษย์ของคุณจะเติมช่องว่างเหล่านี้ใน คาบเรียน กลุ่มย่อยประจำาสัปดาห์ หลักสูตรนี้วางรูปแบบ ไว้เพื่อผู้ที่รับการฝึกจากคุณจะไม่รู้คำตอบ เหล่านั้น ถ้าหากเขาไม่เข้าร่วมคาบเรียนกลุ่มย่อย เวลาเตรียมสอนให้คุณวางแผนล่วงหน้าที่จะอ่าน ข้อมูลในกรอบสี่เหลี่ยม แล้วก็อ่านซ้ำอีกครั้งด้วยใจอธิษฐาน ให้คุณทำให้ทุกๆแง่มุมของคำสอนเป็นคำพูด ของคุณเองท่านทั้งหลายจงทำตามแบบอย่างของข้าพเจ้า เหมือนกับที่ข้าพเจ้าทำตามแบบอย่างของ พระคริสต์(1 โครินธ์ 11:1) วิถีชีวิตซึ่งจะช่วยทวีคูณสาวกที่อุทิศตัวนี้ เรียกร้องให้เราสะท้อนการ ทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ออกมาอย่างชัดเจนผ่านการดำาเนินชีวิต คำพูดและค่านิยมส่วนตัวของเรา

นิมิตพระมหาบัญชา–เราอยากขอร้องอย่างจริงใจให้คุณอธิษฐานขอให้เราและทุกคนที่รับการฝึกอบรมนี้ มีความคง เส้นคงวาในการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ การเป็นพยานทุกวันและการทำพันธกิจผ่านความสัมพันธ์ พระคัมภีร์ย้ำให้ เรามั่นใจว่า พระเจ้าสถิตอยู่กับเราเพื่อประทานกำาลังแก่เรา  เมื่อเราพยายามมีวิถีชีวิตที่คุ้มค่าคือ การเป็นผู้สร้าง สาวกตามแบบพระคัมภีร์ใหม่  พระคัมภีร์กล่าวว่า“เพราะว่าพระเจ้า เป็นผู้ทรงทำาการอยู่ภายในพวกท่านให้ท่าน มีความประสงค์และมีความสามารถทำตามชอบพระทัยของพระองค์” (ฟีลิปปี 2:13)

ขอให้คริสตจักรและชุมชนของคุณได้รับพระพรอย่างท่วมท้น จากคำอธิษฐานประจำวันของสมาชิกในกลุ่มคุณที่ทูล ขอโอกาสบอกเล่าความเชื่อของตน และจากพันธกิจแบบชีวิตสัมผัสชีวิตของพวกเขา ขอให้คริสตจักรของคุณ ได้เห็นคริสเตียนใหม่เติบโต และทวีคูณอย่างสม่ำเสมอ เหมือนที่พระเยซูมองภาพไว้ในคำอุปมาเรื่องดินสี่ชนิดคือ บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วงอกงามจำาเริญขึ้น เกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง  ร้อย เท่าบ้าง(มาระโก 4:8)