ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่

พลังที่พิสูจน์แล้ว
ของการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ
แบบพระคัมภีร์ใหม่

เพื่อยกตัวอย่างให้เห็นภาพแนวคิดนี้ ให้เรานึกภาพว่ามีผู้ชายชื่อจรัญย้ายเข้ามาในชุมชนของเราและมาร่วมคริสตจักรของเรา นี่เป็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นเป็นพิเศษเพราะหลังจากเขามาไม่นาน เขาก็เริ่มนำเพื่อนใหม่และคนรู้จักมาเชื่อพระคริสต์ทันทีด้วยชีวิตการอธิษฐานการอุทิศตัวและคำพยานส่วนตัวของเขาให้เราสมมุติว่าเขานำคนใหม่มาเชื่อพระคริสต์หนึ่งคนทุกสัปดาห์และทำแบบนี้ต่อไปเป็นเวลา16ปีคิดแล้วเท่ากับกี่คน? คริสเตียนใหม่832คนมีพวกคุณกี่คนที่คงจะรู้สึกตื่นเต้นถ้ามีพยานที่ขยันเกิดผลแบบนี้มาร่วมคริสตจักรของเรา?

ให้เราสมมุติว่าจรัญมีน้องชายเป็นคริสเตียนที่อุทิศตัว ชื่อสันติ ขอให้นึกภาพว่าสันติก็ย้ายมาอยู่ในชุมชนของเราและไม่ช้าก็เข้าร่วมคริสตจักรของเราด้วยอย่างไรก็ตามเขาเป็นพยานที่คงเส้นคงวายิ่งกว่าจรัญและเขาเริ่มนำคนมาเชื่อพระคริสต์ทุกวัน ที่น่าทึ่งกว่านั้นคือเขาทำแบบนี้อย่างสัตย์ซื่อตลอด16ปีต่อจากนี้ เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลานั้นเขานำคนมาเชื่อพระเจ้า 5,840 คน

มีพวกคุณกี่คนที่คงจะตื่นเต้นมาก ถ้ามีคนอย่างสันติมาร่วมคริสตจักรของคุณ?

ให้เราสมมุติว่าสันติมีลูกพี่ลูกน้องที่เอาจริงเอาจังมากชื่อว่าเฟื่อง และเขาก็ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ของเราเช่นกันดังนั้นคุณจึงยินดีเมื่อเขามาร่วมคริสตจักรของเราพูดตามตรงคือคุณแทบจะอดใจรอไม่ไหวว่าเขาจะนำกี่คนมาหาพระคริสต์อย่างไรก็ตามคุณต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเฟื่องแตกต่างจากญาติของเขาอย่างสิ้นเชิงในหกเดือนเขานำเพื่อนใหม่มาหาพระคริสต์แค่คนเดียวดังนั้นคุณจึงผิดหวังนิดหน่อยในตอนแรกให้เราสมมุติว่าผู้เชื่อใหม่ที่เขานำมาเชื่อมีชื่อว่า…ทิโมธีขณะที่จรัญและสันตินำเพื่อนฝูงและคนรู้จักมากมายมาหาพระคริสต์ดูเหมือนพวกเขาจะก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลาพวกเขาเป็นพยานอย่างมีประสิทธิภาพแต่ไม่เคยลงทุนเวลาเพื่อสร้างคนที่พวกเขานำมาทั้งคู่มีขีดความสามารถสูงมากดังนั้นพวกเขาจึงอธิบายพระกิตติคุณอย่างละเอียดถี่ถ้วนเสมออย่างไรก็ตามหลังจากผู้เชื่อใหม่แต่ละคนอธิษฐานต้อนรับพระคริสต์พวกเขาก็แค่แนะนำให้มาคริสตจักรของเราและเดินหน้าหาโอกาสเป็นพยานครั้งต่อไป

ถึงแม้ทั้งคู่จะอุทิศตัวอย่างสูงแต่การสร้างสาวกส่วนตัวไม่อยู่ในความคิดของพวกเขาเลยตรงกันข้ามคุณสังเกตว่าเฟื่องชอบใช้เวลาอย่างมีคุณภาพกับทิโมธีเขาแสดงให้ทิโมธีเห็นวิธีเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณด้วยตัวเขาเองผลคือทิโมธีเองก็เริ่มเฝ้าเดี่ยวทุกวันอธิษฐานอ่านพระคัมภีร์และบอกเล่าความเชื่อของตนให้คนอื่นฟังเพราะพันธกิจการฝึกของเฟื่องทิโมธีเองก็ค่อยๆเริ่มเรียนรู้วิธีฝึกพี่น้องผู้เชื่อใหม่ซึ่งมาเชื่อทีหลังสิ่งนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาตเิ มื่อเขาได้รับสิทธิพิเศษในการสังเกตวิถีชีวิต

การสร้างสาวกของเฟื่องยังคงลงทุนเวลากับทิโมธีต่อไปในขณะที่ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ผลลัพธ์อันน่าทึ่งจากการประกาศของจรัญและสันติ แต่เพราะเฟื่องเจตนาจะทำพันธกิจแบบชีวิตสัมผัสชีวิต ภายในเวลาประมาณ 6 ถึง 12เดือน ทิโมธีก็มีโอกาสนำเพื่อนคนหนึ่งมาหาพระคริสต์ จากนั้นเขาก็ทำตามแบบอย่างของเฟื่องและเริ่มช่วยผู้เชื่อใหม่คนนั้นแบบเดียวกับที่เฟื่องเคยสร้างเขาและเมื่อเฟื่องกับทิโมธียังคงดำเนินตามวิถีชีวิตของตนอย่างสัตย์ซื่อ โดยการเป็นพยานทุกวันและสร้างคริสเตียนใหม่แต่ละคนด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ก็เพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆตลอดหลายทศวรรษหลังจากนั้น

แผนผังต่อไปนี้แสดงให้เห็นผลกระทบอันยิ่งใหญ่ของการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณอย่าลืมให้เวลามากพอสำหรับการทบทวนแผนผังสำคัญนี้อย่างละเอียดให้มุ่งความสนใจมาที่พันธกิจระยะยาวของเฟื่องและศักยภาพของการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณให้คุณเปรียบเทียบผลของเขากับผลของจรัญและ สันติซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบบวก ที่ช้าและเหน็ดเหนื่อยกว่ามาก

1

 

ด้วยวิธีการแบบพระคัมภีร์ใหม่คือการสร้างสาวกแบบชีวิต-สัมผัส-ชีวิตเวลานี้เฟื่องได้แซงหน้าจรัญซึ่งนำหนึ่งคนมาหาพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ไปแล้ว

13 676            4,745            8,192

เนื่องจากวิถีชีวิตของเฟื่องทำให้การทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติเขาจึงแซงหน้าสันติด้วยเช่นกันแม้ว่าสันติจะนำคนมาหาพระคริสต์ทุกวันวันละหนึ่งคนขอให้สังเกตว่ากระบวนการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณในเรื่องนี้เริ่มต้นจากคริสเตียนที่อุทิศตัวเพียงหนึ่งคนแต่ถ้าสมาชิกในกลุ่มของเรารับนิมิตพันธกิจแบบเดียวกันนี้และรับเอาวิถีชีวิตการสร้างสาวกมาดำเนินตามเราก็สามารถสร้างผลกระทบฝ่ายจิตวิญญาณอย่างยิ่งใหญ่เพื่อพระคริสต์ในทศวรรษนี้ และอีกยาวนานหลังจากนั้น

 2

 

 

 

 

 

 

ถ้าผู้เชื่อที่ได้รับการฝึกแต่ละรุ่นทำตามแบบอย่างฝ่ายจิตวิญญาณของเฟื่องและทิโมธีอย่างสัตย์ซื่อพวกเขาก็จะช่วยให้พระกิตติคุณสามารถไปถึงคนมากกว่าแปดพันล้านคนได้นั่นเป็นจำนวนที่มากกว่าประชากรโลกในปัจจุบันถ้าคริสเตียนนับพันๆแล้วก็นับล้านๆในวันนี้รับวิธีการแบบพระคัมภีร์ใหม่มาใช้และเริ่มอธิษฐานขอโอกาสเป็นพยานและสร้างผู้เชื่อใหม่ทุกวันพระมหาบัญชาก็มีโอกาสสำเร็จได้ในศตวรรษของเราการทรงเรียกที่สูงส่งสำหรับเราคือให้อุทิศตัวรับใช้พระเจ้า ทำตามแบบอย่างของพระองค์ และวางใจพระองค์เรื่องผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น

 

คุณเริ่มเข้าใจหรือยังว่าทำไมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คริสตจักรในปัจจุบันจะต้องกลับมาค้นพบและปฏิบัติตามวิธีการฝึกโดยอาศัยความสัมพันธ์แบบที่คริสตจักรยุคแรกทำ?โดยการสร้างสาวกส่วนตัวเท่านั้นคริสตจักรจึงจะเกิดการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณตามที่บรรยายไว้ในมาระโก4:8 ได้พระบัญชาของพระเยซูเจ้าเปลี่ยนไปหรือเปล่า นับตั้งแต่คริสเตียนในศตวรรษแรกได้สร้างผลกระทบใหญ่หลวงต่อโลกนี้โดยการสร้างสาวก? ไม่ เรายังมีความจริงและฤทธิ์เดชแห่งพระคัมภีร์ใหม่แบบเดียวกับที่ทำให้คริสตจักรยุคแรกสามารถประกาศแก่คนในละแวกบ้านและในเมืองของพวก
เขาหรือไม่? มีชุมชนคริสเตียนยุคแรกใช้ประโยชน์จากวิธีการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณในช่วงหลายสิบปีที่พวกเขาเติบโตอย่างรวดเร็วปัจจุบันพันธกิจการทวีคูณแบบเดียวกันนี้ก็มีพร้อมเต็มที่สำหรับคริสตจักรทุกแห่ง รวมทั้งผู้เชื่อทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลก

 

ข้อความต่อไปนี้ซึ่งบิลลี่ เกรแฮมกล่าวไว้ได้ไหม? หนึ่งในข้อพระคัมภีร์ข้อแรกๆที่ดอว์สันทร็อทแมนผู้ก่อตั้งองค์การเนวิเกเตอร์หนุนใจให้ผมท่องจำคือจงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายๆคนไว้กับบรรดาคนซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วยî(2ทิโมธี2:2)พระคัมภีร์ข้อนี้เหมือนสูตรคณิตศาสตร์สำหรับการเผยแพร่พระกิตติคุณและขยายคริสตจักร เปาโลสอนทิโมธีทิโมธีบอกสิ่งที่เขารู้แก่บรรดาคนที่ซื่อสัตย์แล้วคนที่ซื่อสัตย์เหล่านี้ก็จะสอนคนอื่นต่อไปเช่นกันและกระบวนการนี้ก็ดำเนินต่อๆไปแบบนั้นถ้าผู้เชื่อทุกคนทำตามแบบแผนนี้คริสตจักรจะสามารถนำพระกิตติคุณไปถึงคนทั้งโลกได้ภายในชั่วอายุคนเดียว งานประกาศใหญ่ซึ่งผมมีความเชื่อและผมได้อุทิศชีวิตใหจ้ ะไม่มีวันทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จแต่พันธกิจตัวต่อตัวต่างหากที่จะทำให้สำเร็จ” ดร. บิลลี เกรแฮม
มีพวกคุณกี่คนที่เคารพดร.บิลลี่ เกรแฮมอย่างสูง? คุณเห็นด้วยไหมว่าเขาเป็นนักประกาศคริสเตียนระดับโลกที่เกิดผลมากที่สุดในศตวรรษที่20? แล้วถ้าเขาแสดงความคิดเห็นแบบนี้ในเรื่องความสำคัญของการสร้างสาวกตัวต่อตัวเราจะไม่สมควรจริงจังกับเรื่องนี้หรือ?ข้อเท็จจริงประการหนึ่งที่มักจะถูกมองข้ามเกี่ยวกับวิธีฝึกคนของคริสตจักรยุคแรกก็คือมันแทบไม่ต้องอาศัยความสามารถทางการเงินเลยนี่หมายความว่า ปัจจุบัคริสเตียนที่อุทิศตัวทุกคนสามารถทำสิ่งนี้ได้โดยการฝึกผ่านความสัมพันธ์ที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลางเราทุกคนสามารถสร้างผลกระทบแง่บวกต่อโลกของเราเพื่อพระคริสต์ได้ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนและเพศอาชีพหรือที่อยู่ของเราก็ไม่สามารถบั่นทอนการทำประโยชน์ของเราในการสร้างสาวกได้ตรงกันข้ามสิ่งที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงก็คือ ความรักแบบคริสเตียน การอุทิศตัวและเวลาที่เราทุ่มเทเพื่อหนุนใจและฝึกคริสเตียนใหม่เราทุกคนสามารถฝึกสาวกที่กำลังเติบโตเพื่อพระคริสต์ได้ ไม่ว่าเราจะร่วมนมัสการหรือรับใช้อยู่ที่ไหนนี่เป็นความจริงไม่ว่าเราจะอายุมากหรือน้อยแค่ไหน
กุญแจสู่ความสำเร็จและความพึงพอใจในการทรงเรียกของเราอยู่ที่การลงทุนชีวิตของเราอย่างมีความหมายในชีวิตของคนอื่นที่เราต้องทำก็แค่ทำตามวิธีการของพระเยซูและขยายอาณาจักรของพระองค์ออกไปหลักสูตรนี้เขียนขึ้นก็เพื่อช่วยเราทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ
มีพวกคุณกี่คนที่เชื่อว่าพระเจ้าทรงมีฤทธิ์อำนาจที่จำเป็นเสมอ สำหรับการทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ?ถ้านั่นเป็นความจริง ก็ให้เราพร้อมใจกันเริ่มทูลขอให้พระองค์ทรงเติมเราให้เต็มล้นด้วยพระวิญญาณของพระองค์และประทานโอกาสให้เราบอกเล่าความเชื่อของเราทุกวัน นั่นคือหนทางที่การสร้างสาวกจะเริ่มต้นขึ้น
คนในยุคของเราถูกปัญหาอย่างหนึ่งรังควานโดยแทบไม่รู้ตัวคือ มีคริสตจักรมากมายเหลือเกินที่ยังไม่ตระหนักว่าการประกาศแบบทวีคูณนั้นควรจะเป็นเรื่องปกติ ตรงกันข้ามเรายังง่วนอยู่กับรายการระยะสั้นมากมายซึ่งทำได้แค่การ บวก นั่นทำให้เราพลาดเป้าหมายในพระคัมภีร์ คือการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณพวกเราไม่รู้ตัวว่าเรากำลังละเลยพระบัญชาสุดท้าย และพระบัญชาที่เจาะจงชัดเจนอย่างยิ่งในมัทธิว 28:19 และเนื่องจากความล้มเหลวในการ สร้างสาวกที่ทวีคูณความต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีดำเนินชีวิตของคริสตจักรทั่วโลกจึงยังคงเป็นเรื่องเร่งด่วน ดังนั้นวัตถุประสงค์ของชั้นเรียนเราคือ การช่วยฟื้นฟูบูรณะการสร้างสาวกแบบพระคัมภีร์ใหม่ให้กลับมามีความสำคัญในพันธกิจของคริสเตียนอีกครั้ง ตามที่พระเจ้ามีพระประสงค์
โดยการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณเราแต่ละคนสามารถช่วยทำให้พระบัญชาสุดท้ายของพระเยซูสำเร็จได้ มันเป็นวิธีการเดียวที่พิสูจน์แล้วว่ามีพลังมากพอที่จะทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จ วิธีการในพระคัมภีร์ใหม่ของพระเยซูนี้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกคริสตจักรในทุกประเทศและมันสามารถเริ่มได้ง่ายๆ ผ่านมิตรภาพของคริสเตียนมันต้องอาศัยแค่ความรักเวลาและความทุ่มเทฝ่ายจิตวิญญาณให้เราจบด้วยการอ่านคำกล่าวสองตอนนี้ด้วยใจใคร่ครวญ
“แม้ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้ทรงสละชีวิตของพระองค์ เพื่อช่วยมนุษยชาติจากผลสืบเนื่องของความบาปแต่ก็ยังเป็นไปได้ที่ผู้ประกาศตนเป็นคริสเตียนอาจยังไม่ยอมรับสิ่งที่พระองค์ตรัสเกี่ยวกับคนบาปที่กำลังหลงทางแน่นอนนั่นเป็นเรื่องอันตรายอย่างไรก็ตามถ้าโดยความเชื่อเราเชื่อสิ่งที่พระเยซูตรัสเกี่ยวกับการพิพากษาของพระเจ้า และสิ่งที่พระองค์อธิบายไว้เกี่ยวกับนรก แต่เรากลับไม่ทุกข์ร้อนเรื่องการนำคนอีกหลายล้านทียั่งหลงทางเราก็จำเป็นต้องขอให้พระเจ้ายกโทษความบาปแห่งความเห็นแก่ตัวนี้ ปัญหาอันน่าเศร้านี้ทำให้ผมหนักใจมากเราไม่สามารถทนวางเฉยเรื่องการเป็นพยาน หรือเรื่องการสร้างคนที่มาเชื่อในพระคริสต์ได”้ บิลลี่ แฮ็งค์ส จูเนียร์
“สิ่งที่คริสตจักรต้องการในเวลานี้ไม่ใช่วิธีการที่ดีขึ้นแต่เป็นการกลับไปสู่วิธีการพื้นฐานที่สุดตามพระคัมภีร์ใหม่หนึ่งคนสร้าง อีกหนึ่งคน คนคือวิธีการของพระเจ้า” อี. เอ็ม. บาวด์ส เราขอหนุนใจให้คุณเชิญชวนเพื่อน คริสเตียนที่เอาจริง เอาจัง หนึ่งคน หรือมากกว่านั้น มาเข้าร่วมหลักสูตรสู่การเป็นผู้สร้างสาวก และเนื่องจากเรา ได้ถ่ายทอดนิมิต การรับใช้นี้แล้ว ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เราจะออกไปทำงาน ให้เรา “สร้างสาวกจากมวลประชาชาติ…” (มัทธิว 28:19 อมตธรรมร่วมสมัย) เพื่อเตรียมรับการเสด็จกลับมาของพระเยซู
โดย ดร.บิลลี่ แฮงค์ จูเนียร์ จากคุ่มือ “สู่การเป็นผู้สร้างสาวก 1”

Comments

comments