kamkom
korkid
เวย์ลอน มัวร์

“คุณภาพให้กำเนิดปริมาณ”

เวย์ลอน มัวร์

แกรี ดับเบิลยู. คูห์น

“ไม่มีทางลัด คุณจำเป็นต้องเล่าเรื่องพระคริสต์ให้ผู้อื่นฟัง

เมื่อผู้เชื่อใหม่เริ่มเล่าพระกิตติคุณ คุณก็ได้เพิ่มการประกาศข่าวประเสริฐของคุณเป็นสองเท่าจริง ๆ อันเป็นผลจากการทำงานกับผู้เชื่ออีกคนหนึ่งเพื่อให้เขามีส่วนร่วมในการเป็นพยาน

คำสอนสำคัญที่สุดสำหรับการติดตามผลส่วนตัวก็คือนิมิตเรื่องการทวีคูณ สิ่งที่ผมอธิษฐานคือ ขอให้มีคริสเตียนมากเพียงพอรับนิมิตนี้เพื่อทำให้พระมหาบัญชาสำเร็จ

ไม่มีอะไรจะมาแทนความสัมพันธ์อันเข้มข้นกับพระคริสต์ในชีวิตของคุณเองได้ ถ้าคุณอยากมีประสิทธิภาพในการช่วยคนอื่นให้เติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

ถ้ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ในการนำโลกมาหาพระเจ้า พระคริสต์ก็คงจะใช้วิธีนั้นไปแล้ว”

แกรี ดับเบิลยู. คูห์น

ดร. โรเบิร์ต อี. โคลแมน

“พระเยซูคริสต์สามารถใช้และจะทรงใช้ใครก็ได้ที่ต้องการให้พระองค์ใช้จริง ๆ ถึงแม้พระองค์จะทำสิ่งที่พระองค์สามารถทำได้เพื่อช่วยเหลือฝูงชน แต่โดยหลัก ๆ แล้วพระองค์ทรงอุทิศพระองค์เองให้แก่คนไม่กี่คนเป็นหลัก ไม่ใช่ให้แก่มวลชน พระองค์ทรงทำแบบนี้เพื่อว่าในที่สุดมวลชนจะได้รับความรอด นี่คือความเป็นอัจฉริยะในยุทธวิธีของพระองค์

เราต้องตัดสินใจว่าเราต้องการจะให้พันธกิจของเรามีความหมายที่ไหน – ในเสียงปรบมือชมเชยชั่วประเดี๋ยวประด๋าวเพราะมีผู้คนยอมรับนับถือ หรือในการถ่ายทอดชีวิตของเราไปสู่ไม่กี่คนที่ได้รับการเลือกสรร ซึ่งจะสืบทอดงานนั้นต่อเมื่อเราจากไปแล้ว ความจริงแล้วนี่คือคำถามว่า เรากำลังใช้ชีวิตอยู่เพื่อคนรุ่นไหน

การสร้างสาวกไม่ใช่เรื่องง่าย มันต้องอาศัยความใส่ใจส่วนตัวแบบคงเส้นคงวา เหมือนกับที่คุณพ่อใส่ใจลูก ๆ ไม่มีองค์กรหรือชั้นเรียนใดจะทำสิ่งนี้ได้ เราเลี้ยงลูกโดยตัวแทนไม่ได้

เมื่อคุณเริ่มใช้เวลาส่วนตัวกับคริสเตียนอีกคนหนึ่ง โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะทำพันธกิจในชีวิตของเขา – คือใช้เวลาด้วยกันเพื่อศึกษาพระวจนะ อธิษฐาน สามัคคีธรรม และฝึกอบรมอย่างเป็นระบบ – การทำเช่นนี้ก็จะทำให้บางสิ่งเกิดขึ้นในชีวิตของคุณเองเช่นกัน”

ดร. โรเบิร์ต อี. โคลแมน

จีน วาร์

“ผมปวารณาตัวให้พันธกิจการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณเพราะเหตุผลสามประการ คือ ชีวิตนั้นสั้น ความหมายของการเป็นผู้อารักขา และความปรารถนาที่จะให้ชีวิตของผมมีคุณค่าสำหรับพระเจ้า แต่ทำไมเราจึงเรียกมันว่า ‘ชีวิตของผม’ ผมมีความรับผิดชอบต่อชีวิตที่พระเจ้าประทานแก่ผม ผมไม่ได้สร้างมันขึ้นมา ผมไม่ได้ทำให้มันดำรงอยู่ มันเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงให้ผมยืมเป็นเวลาสั้น ๆ ขณะที่อยู่ในโลกนี้ ผมเชื่อว่าผมมีความรับผิดชอบที่จะต้องลงทุนชีวิตนี้ในเรื่องที่มันจะมีคุณค่ามากที่สุด ผมต้องการให้ชีวิตของผมมีคุณค่าสำหรับสิ่งที่คุ้มค่า ผมเกลียดที่จะต้องไปถึงสุดทาง แล้วก็ถูกกล่าวถึงเหมือนที่มีคนกล่าวถึงสามีภรรยาชราคู่หนึ่งในหนังสือเรื่อง ‘ทาสชีวิต’ (Of Human Bondage) ของซัมเมอร์เซท มอห์มว่า ‘มันเหมือนพวกเขาไม่เคยมีชีวิตอยู่เลย’ ผมไม่อยากให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับผม ผมต้องการใช้ชีวิตและส่งต่อชีวิตที่ครบบริบูรณ์ในพระคริสต์ไปยังคนอื่น ๆ อีกมากมาย ผมสามารถทำสิ่งนี้โดยพันธกิจการทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ คือถ่ายทอดตัวผมต่อไปอีกหลาย ๆ ครั้งในพันธกิจการสร้างสาวก และคุณก็ทำได้เช่นกัน”

จีน วาร์