ขั้นตอนภาคปฏิบัติการอบรมสู่การเป็นผู้สร้างสาวก

 

ขั้นที่หนึ่ง:

ให้คุณทาบทามผู้นำกลุ่มย่อยที่คัดเลือกไว้ในคริสตจักรด้วยตัวคุณเองเพื่อจะสอนหลักสูตรสู่การเป็นผู้สร้างสาวก ภาคเรียนที่หนึ่งและภาคเรียนที่สองและสั่งชุดบทเรียนสำหรับผู้นำไว้สำหรับผู้สอน  แต่ละภาคเรียนใช้เวลา 12 สัปดาห์บางคริสตจักรเลือกนำกระบวนการนี้มาปฏิบัติสำหรับทั้งคริสตจักร แต่บางแห่งก็ให้เลือกใช้ตามความ สมัครใจอุปกรณ์เหล่านี้ออกแบบมาสำหรับนักเรียนมัธยมปลายไปจนถึงผู้ใหญ่สูงวัยเรามีแผ่นพับแนะนำบทเรียน สู่การเป็นผู้สร้างสาวกไว้ช่วยทาบทามคนหรือคุณอาจดาวน์โหลดแผ่นพับนี้ได้จาก www.ieaomthailand.com

 

ขั้นที่สอง:

ผู้นำกลุ่มย่อยแต่ละคนจะไปทาบทามทีมด้วยตัวเองจากสมาชิกที่อุทิศตัวมากๆในคริสตจักรของคุณเพื่อให้คน เหล่านั้นมาเข้าร่วมในชั้นเรียนภาคเรียนที่หนึ่ง เมื่อจบภาคเรียนที่หนึ่งผู้เรียนจะได้รับการเชิญชวนให้เรียน สู่การเป็นผู้สร้างสาวกภาคเรียนที่สอง เพื่อจะเป็นผู้สร้างสาวกที่ผ่านการรับรอง

 

ขั้นที่สาม:

หลังจากสรุปจำนวนผู้เข้าร่วมกลุ่มย่อยแล้วให้คุณสั่งชุดบทเรียนสู่การเป็นผู้สร้างสาวกภาคเรียนที่หนึ่งสำหรับ ผู้เรียน ไว้สำหรับผู้รับการฝึกแต่ละคน ใครคือผู้ชำระเงินสำหรับอุปกรณ์การสร้างสาวกเหล่านี้? หลาย คริสตจักรขอให้ผู้เข้าร่วมกลุ่มย่อยชำระเงินค่าอุปกรณ์การสร้างสาวกของพวกเขาเอง บางคริสตจักรช่วยออก ค่าอุปกรณ์ให้พวกเขาบางส่วน แต่ก็มีบางคริสตจักรที่จัดอุปกรณ์เหล่านี้ให้ผู้รับการฝึกที่คัดเลือกไว้โดยที่คน เหล่านั้นไม่ต้องจ่ายอะไรเลย

 

ขั้นที่สี่:

เลือกผู้ประสานงานไว้ดูแลกระบวนการสร้างสาวกในคริสตจักรของคุณ ให้คุณอธิษฐานและถามตัวเองว่า ในคริสตจักรของเราใครมีภาระใจในการประกาศห่วงใยคนอื่นอย่างแท้จริงเป็นที่เคารพนับถือและจะทุ่มเท เวลาดูแลพันธกิจนี้? บทบาทหลักสองอย่างของผู้ประสานงานคนนี้คือมอบหมายให้ผู้สร้างสาวกที่ผ่านการ ฝึกดูแลผู้เชื่อใหม่และสมาชิกใหม่แต่ละคน กับติดตามความคืบหน้าของคนเหล่านั้นโดยใช้ระบบติดตาม ความคืบหน้าผู้สร้างสาวกคริสตจักรอาจต้องมีผู้ประสานงานแนวทางที่ดีที่สุดคือให้ผู้ประสานงานเพศชาย ดูแลทีมผู้ชาย และผู้ประสานงานเพศหญิงดูแลทีมผู้หญิง และการมีผู้ประสานงานคู่สามีภรรยาก็ได้ผลดี

 

ขั้นที่ห้า:

เมื่อผู้เชื่อใหม่หรือสมาชิกใหม่เข้ามาในคริสตจักรคุณ ตามปกติแล้วเขาจะได้กรอกแบบฟอร์มตัดสินใจของคริสต- จักรหลังจากนั้นแบบฟอร์มนี้จะถูกนำไปให้ผู้ประสานงาน แล้วผู้ประสานงานก็จะถามสมาชิกใหม่ว่าพวกเขาอยาก มีส่วนร่วมในกระบวนการมิตรภาพตัวต่อตัวกับสมาชิกคริสตจักรคนหนึ่ง ในกระบวนการที่เรียกว่าสู่ความชื่นชม ยินดี (เรียนตัวต่อตัวเจ็ดคาบ) หรือไม่

 

ตัวอย่าง: คุณ(ชื่อ)ครับ เราดีใจมากกับการตัดสินใจของคุณคริสตจักรเรามีกระบวนการมิตรภาพแบบคริสเตียนที่ เรียกว่า สู่ความชื่นชมยินดี ถ้าคุณสนใจ เราสามารถให้คุณมีเพื่อนที่จะ:

– ช่วยให้คุณคุ้นเคยกับสมาชิกคนอื่นๆในคริสตจักร

– ตอบคำถามที่คุณอาจจะอยากรู้

– อธิษฐานกับคุณ และ

– ช่วยคุณพัฒนาทักษะการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ

 

ถ้าคำตอบของเขาคือ“สนใจ”ผู้ประสานงานก็จะติดต่อผู้สร้างสาวกและจับคู่ให้พวกเขาโดยใช้“ระบบติดตามความ คืบหน้าผู้สร้างสาวก บ่อยครั้งการมอบหมายนี้จะเป็นไปตามอายุ ความต้องการพิเศษ ประวัติฝ่ายจิตวิญญาณ ย่านที่อยู่อาศัยหรือชั้นเรียนพระคัมภีร์ที่สมาชิกเข้าร่วม ผู้สร้างสาวกจะติดต่อสมาชิกใหม่คนนั้นทันที และพวก เขาจะนัดหมายว่าจะพบกันทุกสัปดาห์เวลาไหนและที่ไหน คาบเรียนสามัคคีธรรมและฝึกฝนเหล่านี้มักจะมีกาแฟ ของหวานหรืออาหารในร้านอาหารใกล้บ้านหรือในบ้านหรือในสถานที่อื่นซึ่งทั้งสองฝ่ายสะดวก ผู้สร้างสาวกและ ทิโมธีจะพบกันสัปดาห์ละครั้งเป็นเวลา 7 สัปดาห์ (ประมาณคาบเรียนละ 1 ชั่วโมงครึ่ง) เพื่อพัฒนามิตรภาพ และเรียนรู้ทักษะการเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณหลังจากจบบทเรียนสู่ความชื่นชมยินดี พวกเขาสามารถต่อด้วย บทเรียน สู่การเติบโต ที่ใช้คาบเรียนตัวต่อตัวสิบเอ็ดคาบเรียน

 

ผู้สร้างสาวกจะได้รับอีเมล์หรือโทรศัพท์จากผู้ประสานงานทุกวันจันทร์ เพื่อเตือนให้เขาสื่อสารเรื่องคาบเรียนที่ ผ่านไปครั้งล่าสุด การทำสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ประสานงานสามารถติดตามความคืบหน้าของทีมสร้างสาวกแต่ละทีมได้ กระบวนการมอบหมายของคริสตจักรจำเป็นต้องมีความคงเส้นคงวา และมีการดูแลด้วยการทุ่มเทอธิษฐานโดย สมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งอุทิศตัวอย่างสูง ขอให้พระเจ้าประทานชายและหญิงที่สัตย์ซื่อมารับใช้ในฐานะผู้สร้าง สาวกที่คริสตจักรของคุณ

 

การฝึกอบรมสู่การเป็นผู้สร้างสาวก

มีผู้นำการฝึกอบรมที่ผ่านการรับรองพร้อมจะไปช่วยคริสตจักรของคุณนำการฝึกอบรมสู่การเป็นผู้สร้างสาวก ภาคปฏิบัติหนึ่งวันในระดับพื้นที่(ปกติจะใช้เวลาตั้งแต่9:00ถึง 17:00 น.) คริสตจักรแต่ละแห่งที่เข้าร่วมจะส่ง ผู้นำกลุ่มย่อย มารับการฝึกเพื่อจะนำกลุ่มย่อย สู่การเป็นผู้สร้างสาวก

 

ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้านี้จะถูกประกาศไปทั่วโลก

ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง(มัทธิว 24:14)