ดาวน์โหลดเอกสารได้ที่นี่

การสร้างสาวกและคริสตจักร

“พระองค์ตรัสกับเขาทั้งสองว่าจงตามเรามา และเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคนดั่งหาปลา”
(มัทธิว 4:19)

มองความแตกต่างระหว่างการสอนกับการฝึก

ในเรื่องการประกาศนั้นความล้มเหลวหลายอย่างในอดีตของคริสตจักรเป็นผลมาจากการพยายามใช้การสอน ถ่ายทอด
ทักษะต่างๆที่ควรจะใช้การฝึกจึงจะปลูกฝังทักษะเหล่านั้นในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของคนเราได้ดีที่สุด ในประวัติศาสตร์
ความรู้ได้รับการถ่ายทอดผ่านวิธีให้การศึกษาหนึ่งในสองรูปแบบนี้เสมอมาคือการสอนกับการฝึก มันเป็นรูปแบบที่เสริมกัน
แต่ความจริงแล้วมันมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
การสอนมุ่งเน้นที่การถ่ายทอดความรู้และแนวคิดต่างๆ ดังนั้นครูเก่งๆจึงต้องสามารถถ่ายทอดข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ไปสู่หลายสิบหลายร้อยหรือแม้กระทั่งหลายพันคน โดยทั่วไปแล้วพวกเขาจะใช้ข้อเท็จจริงตัวอย่างและเรื่องราวเพื่อแสดงความ
คิดของเขา ถ้าพวกเขามีพรสวรรค์พวกเขาจะไม่ต้องอาศัยอะไรเลยนอกจากคำพูดเพื่อทำให้ ผู้เรียนเข้าใจประเด็นของเขา
พระเยซูทรงเป็นครูระดับปรมาจารย์ตัวอย่างและคำอุปมาของพระองค์ไม่มีใครเทียบได้ จำนวนคนในกลุ่มที่พระองค์สอนไม่มีผล
ต่ออิทธิพลตามกาลเวลาที่เกิดจากคำสอนของพระองค์ความโดดเด่นเฉพาะตัวของพระองค์มาจากความสามารถที่จะนำเสนอความ
จริงฝ่ายจิตวิญญาณอย่างมีสิทธิอำนาจและชัดเจนแจ่มแจ้งจนคนฟังไม่อาจลืม พระองค์สอนได้อย่างสบายเหมือนๆกันไม่ว่าจะสอน
กลุ่มคนที่มีสิบสองคนหรือกว่าห้าพันคนซึ่งมาชุมนุมกันการสอนอันน่าอัศจรรย์ของพระองค์ในคำเทศนาบนภูเขา แสดงให้เห็น
ความจริงที่ว่ากลุ่มคนจำนวนมากน้อยแค่ไหน พระองค์ก็สอนได้อย่างประสบความสำเร็จ
การฝึกแตกต่างจากการสอนเพราะมันต้องอาศัยการสังเกตพูดง่ายๆคือการฝึกมุ่งเน้นที่การถ่ายทอดทักษะซึ่งได้เรียนรู้มาคำศัพท์ซึ่ง
สื่อความหมายได้ดีที่สุดถึงกระบวนการฝึกปฏิบัติงานจริงที่ได้ผลอย่างยิ่งนี้ก็คือคำว่าการฝึกหัดเนื่องจากการสังเกตและประสบการณ ์
ส่วนตัวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการฝึกที่มีประสิทธิภาพความสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวจึงถูกนำมาใช้อย่างเป็นสากลในฐานะรูปแบบ ซึ่งเป็น
ที่ยอมรับมากที่สุด ในการสอนสิ่งที่เกี่ยวกับทักษะให้เราใช้การบินเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างวิธีการสอนที่รู้จักกัน
ดีของสองวิธีนี้ ในฤดูร้อนปีหนึ่งผมนั่งเครื่องบินส่วนตัวลำเล็กๆไปกับเพื่อนสนิทซึ่งเป็นครูการบินประสบการณ์สูงเนื่องจากผมเองไม่
ค่อยได้นั่งเครื่องบินขนาดเล็กผมจึงกังวลนิดหน่อยเวลาเราข้ามเทือกเขายอดแหลมๆในรัฐนิวเม็กซิโกจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเพื่อนผมหัวใจ
วายระหว่างที่เราบิน? ผมเสนอให้เขาใช้เวลาสักสองสามนาทีสอน ผมให้รู้ขั้นตอนเบื้องต้นในการนำเครื่องลงฉุกเฉินอย่างปลอดภัย
ขณะที่เราคุยกันเวิร์ทลีย์รัดด์ก็ถามว่าบิลลี่คุณรู้ไหมว่าทำไมผมถึงเชื่อมั่นมากในประสิทธิภาพของการสร้างสาวกส่วนตัว? ไม่รู้แต่ผม
อยากรู้ผมตอบเวลาคุณไปโรงเรียนการบินเขาพูดมันจะเหมือนคุณถูกสร้างสาวกในเรื่องวิธีขับเครื่องบินตามปกติ การสอนเบื้องต้นที่
คุณได้รับจะสอนกันในกลุ่มเล็กๆบนภาคพื้นดินขณะอยู่ในการเรียนแบบนั้นเขาจะสอนคุณเรื่องแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับอากาศพล
ศาสตร์แต่หลังจากนั้นเมื่อจบการเรียนภาคพื้นดินแล้วการฝึกจริงส่วนใหญ่ของคุณจะเกิดขึ้นกลางอากาศ เมื่อคุณนั่งอยู่ข้างนักบินที่มี
ประสบการณ์คุณจะสังเกตแบบอย่างของเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกพร้อมกับทำตามคำสั่งของเขา นักบินทุกคนที่ได้ขึ้นไปอยู่กลางอากาศ
ล้วนได้รับการฝึกส่วนตัวให้รู้จักวิธีขับเครื่องบินการสอนแบบตัวต่อตัวมีประสิทธิภาพอย่างสูงในวิชาการบินปัจจุบันและมันทำหน้าที่
แบบเดียวกันใน พันธกิจการฝึกคนของคริสตจักรยุคแรก

ในประสบการณ์ส่วนตัวของพระเยซูเมื่อพระองค์สร้างสาวกพระองค์สร้างอัครทูตของพระองค์โดยใช้วิธีการสื่อสารทั้งสอง
อย่างและท้ายที่สุดพวกเขาก็กลายเป็นผู้หาคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง หลักการว่าด้วยการสังเกตนี้เป็นจริง
ในการปฏิบัติงานการแพทย์เช่นกันโดยทั่วไปแล้วศัลยแพทย์ซึ่งผ่าตัดจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุดจะต้องฝึกงานเป็นเวลายาวนาน
ที่สุดและฝึกงานให้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมากที่สุด โดยทั่วไปแล้วยิ่งผลของความล้มเหลวเป็นเรื่องร้ายแรงเพียงใดการฝึกราย
บุคคลอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็ยิ่งมีความจำเป็นมากเท่านั้นต่อให้ไม่มีเหตุผลอื่นนอกเหนือจากนี้การฝึกการประกาศส่วนตัว
ซึ่งเกี่ยวพันกับนิรันดรกาลก็เป็นเรื่องที่เราสมควรอุทิศตัวอย่างดีที่สุดและจริงจังที่สุดตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นทำพระราชกิจ
พระเยซูได้ทรงสำแดงให้เราเห็นโดยพระองค์เองว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญอย่างสูงแก่การฝึกผ่านความสัมพันธ์ ขณะที่
พระองค์ทรงดำเนินอยู่ตามชายทะเลกาลิลีก็ทอดพระเนตรเห็นพี่น้องชาวประมงสองคน คือซีโมนที่เรียกว่าเปโตรกับอันดรูว์
น้องชายของเขากำลังทอดแหอยู่ในทะเลสาบพระองค์ตรัสกับเขาทั้งสองว่า“จงตามเรามาและเราจะตั้งท่านให้เป็นผู้หาคน
ดั่งหาปลาเขา จึงละทิ้งแหตามพระองค์ไปทันที”(มัทธิว4:18-20) แล้วการฝึกปฏิบัติงานจริงของพวกเขาก็เริ่มขึ้น
ในฤดูร้อนปีหนึ่ง ระหว่างไปพักร้อนที่รัฐโคโลราโด ผมได้มีประสบการณ์กับตัวอย่างที่แจ่มชัดของการฝึกด้วยการสังเกต ในวัน
นั้น ผมพยายามหัดตกปลาเทราท์ ถึงแม้ผมจะพยายามอย่างหนัก แต่ปลาก็ไม่ให้ความร่วมมือเอาเสียเลย เมื่อไม่ประสบความ
สำเร็จ ผมจึงตระหนักว่าผมต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็เริ่มมองหาครูสอนคือคนที่
สามารถ แสดงวิธีตกปลาให้ผมดู มีคนแนะนำให้ผมรู้จักนักตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่งที่มี ประสบการณ์และเขาตกลงว่า
จะช่วยฝึกผมให้รู้จักศิลปะการตกปลาแบบนี้ เขาใช้เวลาสั้น แนะนำให้ผมรู้จักตื้นลึกหนาบางของกีฬาชนิดนี้
ขั้นแรกผมเรียนรู้ความแตกต่างระหว่างเหยื่อผิวน้ำกับเหยื่อจมน้ำนี่คือช่วงการสอนขั้นแรกที่ผมได้รับซึ่งมุ่งเน้นที่ทฤษฎีการ
ตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่ง แล้วเขาก็บอกว่า เดี๋ยวเราจะเอาเหยื่อพวกนี้มาตัวนึงผูกกับสายเบ็ดแล้วออกไปที่สนามหน้าบ้าน
จะได้ฝึกเหวี่ยงเหยื่อกันจริงๆตอนนี้ผมก้าวจาก การสอน มาสู่ การฝึก ด้วยการประยุกต์ใช้ความรู้ที่ผมได้รับ ผมใช้เวลาหลาย
นาทีเหวี่ยงเหยื่อตัวเล็กๆ ไปที่ดอกไม้สีเหลืองซึ่งอยู่ใกล้ๆจนกระทั่งผมสามารถเหวี่ยงเหยื่อไปตกใกล้ดอกเดซี่นั้นแทบจะทุก
ครั้ง แล้วเขาก็เข้าไปในโรงรถของเขาเอารองเท้าบู๊ตลุยน้ำยาวถึงสะโพกออกมาคู่หนึ่ง ผมสวมมันแล้วเขาก็ให้ผมเดินไปเดินมา
ในสนามพร้อมกับเหวี่ยงเหยื่อไปเรื่อยๆ หลังจากสอนหลักเบื้องต้นบนฝั่งแบบนั้น แล้วครูฝึกของผมก็บอกว่าตอนนี้คุณพร้อม
จะเจอของจริงแล้ว
ผมคิดว่าเขาคงจะพาผมไปที่ลำธารเงียบๆสายเล็กๆเหมือนลำธารที่ผมเคยไปตกปลาแต่ผมก็ต้องประหลาดใจ เราไปที่ลำห้วย
เชี่ยวกรากและกว้างใหญ่บนภูเขาซึ่งเขารู้ว่ามีปลาเยอะ ผมได้เรียนรู้เรื่องสำคัญจากประสบการณ์นี้ทันที ในการประกาศของ
เราพวกเราจำนวนมากไม่ได้นำคนมาเชื่อเพราะเราตกปลาผิดที่เราสนใจความสวยงามและความสะดวกสบายของจุดที่เรา
ตกปลามากกว่าผลสำเร็จสูงสุดในภารกิจของเรา ครูของผมบอกว่าตามผมมาละกัน เขาก้าวลงไปในน้ำซึ่งกลายเป็นน้ำค่อน
ข้างลึกอย่างรวดเร็วเขาจึงหันกลับมาแล้วให้คำแนะนำภาคปฏิบัติสองสามข้อ บิลลี่เขาพูดอย่าเหยียบหินจนกว่าคุณจะลองดู
มันเสียก่อนวางเท้าข้างนึงก่อนแล้วลองดันๆดูว่ามันจะพลิกไปตามกระแสน้ำและน้ำหนักของคุณไหม จากนั้นก็เอาเท้าถูก้อน
หินด้านบนดูว่ามีตะไคร่ที่อาจทำให้คุณลื่นหรือเปล่าเวลาคุณเหวี่ยงเหยื่อให้ระวังกิ่งไม้ที่ห้อยตำลงมาทางขวา นั่นสังเกตวิธีที่
ผมเหวี่ยงเหยื่อไปใต้กิ่งไม้พวกนั้นนะผมทำตามแบบอย่างของเขาทุกประการและตกปลาเรนโบว์เทราท์สวยๆได้ หลาย
ตัวอย่างรวดเร็วนี่เป็นความก้าวหน้าอย่างใหญ่หลวงเมื่อเทียบกับประสบการณ์ครั้งก่อนของผม ความแตกต่างนี้เกิดจาก

อะไร?ประการแรกผมได้รับการชี้แนะจากนักตกปลาผู้มีประสบการณ์ ประการที่สองผมได้รับการสอนแนวทางพื้นฐานของ
การตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่งก่อนที่ผมจะก้าวลงไปในน้ำให้ผมเห็นว่าจะตกปลาที่ไหนและอย่างไรผมได้ฝึกหัดจริงโดยการ
ตามเขาลงไปในลำห้วยเชี่ยวกรากเพราะการฝึกนี้เวลานี้ผมจึงสามารถใช้เหยื่อที่ถูกต้องในลำห้วยที่ถูกต้องและในเวลาที่ดีที่
สุดของวันเพื่อได้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ
การสร้างสาวกของแท้ต้องอาศัยความสมดุลและการผนวกวิธีสอนแบบต่างๆเข้าด้วยกันความรู้บางอย่างถ่ายทอดได้ดีที่สุด
โดยการสอนในขณะที่ความรู้อย่างอื่นถ่ายทอดได้ดีที่สุดโดยการฝึกเพราะวิธีหนึ่งมีไว้สอนแนวคิดต่างๆส่วนอีกวิธีหนึ่งมีไว้
สอนทักษะซึ่งได้เรียนรู้มา
หลักการที่ประยุกต์ใช้ในพันธกิจของคริสตจักร
น่าเสียดายหลายคริสตจักรยังคงพยายามนำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรโดยไม่ให้เขาได้รับประโยชน์จาก
การฝึกแบบตัว-ต่อ-ตัวชีวิต-สัมผัส-ชีวิตเพราะการละเลยเรื่องนี้เวลานี้บรรดาผู้นำคริสตจักรจึงมีคำถามว่าพวกเขาจะแก้ไข
ปัญหาความต้องการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้อย่างไรดี จึงจะแก้ไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
หลายปีก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากผู้อำนวยการฝ่ายประกาศของคณะเซาเธิร์นแบ๊พติสต์รัฐแคลิฟอร์เนีย เขากำลังต่อสู้
กับปัญหาเดียวกันนี้ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วทั้งรัฐหลังจากอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจัง เราก็ตัดสินใจทำโครงการนำร่อง
ซึ่งออกแบบมาเพื่อจะจงใจใช้กระบวนการแบบชีวิตสัมผัสชีวิตนำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักร เราอธิษฐาน
ขอให้เกิดกระบวนการที่จะสร้างการประกาศแบบทวีคูณขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ
คริสตจักรที่ได้รับเลือกจากระดับภูมิภาคเจ็ดสิบแห่งได้เข้าร่วมในโครงการศึกษาวิจัยที่ครอบคลุมกว้างขวางครั้งนี้ เมื่อถึงสิ้น
สุดปีที่ห้า มีครูฝึกจากคริสตจักร238แห่งมาเข้าร่วมกับเราเป็นครูฝึกที่ผ่านการรับรองและพวกเขาเข้าร่วมในโครงการซึ่งใน
ขณะนั้นเป็นโครงการนำร่องที่ใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุดในอเมริกาเหนือในด้านการนำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ
คริสตจักรการทดลองห้าปีเกี่ยวกับการสร้างสาวกแบบพระคัมภีร์ใหม่นี้ช่วยให้เราเข้าใจและพิสูจน์แนวคิดฝ่ายจิตวิญญาณใน
หลักสูตร การสู่การเป็นผู้สร้างสาวกขององค์กรอินเตอร์เนชั่นเนล อินเวนจิลิสซึม ได้ให้แนะนำขั้นตอนต่างๆไว้ดังนี้ว่า
ขั้นที่หนึ่ง บทเรียนสู่ความชื่นชมยินดีเราได้เรียนรู้ว่าการฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิตทันทีเป็นเวลาสี่ห้าสัปดาห์รวมทั้งมีการอ่าน
บทเฝ้าเดี่ยวสร้างแรงบันดาลใจประจำวัน ควบคู่ไปกับการศึกษาพระคัมภีร์ในกลุ่มย่อยทุกสัปดาห์ และการนมัสการรวม
จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ฝ่ายจิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยม มิตรภาพเป็นตัวแปรที่ช่วยดึงประสบการณ์การสร้างทั้งหมดนี้มารวมกัน
และก่อให้เกิดความรู้สึกเป็นครอบครัวเดียวกันอย่างเข้มข้นท่ามกลางบรรดาสมาชิกใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เราเรียนรู้ว่า
คนเราแสวงหามิตรแท้ไม่ใช่แค่คริสตจักรที่เป็นมิตรนี่คือเหตุผลที่ตัวแปรความสัมพันธ์ต้องเป็นหัวใจของแนวทางที่มีความ
หมายทุกๆแนวทางในการนำสมาชิกใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของคริสตจักรในกระบวนการฝึกแบบชีวิตสัมผัสชีวิตนี้การพูด
คุยเรื่องความต้องการที่แต่ละคนรู้สึกจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติในบริบทของความสัมพันธ์แบบสร้างสาวกที่มีการดูแลเอาใจใส่
ขั้นที่สอง บทเรียนสู่การเติบโตตามที่เราหวังไว้เราได้พบว่าการฝึกระดับลึกยิ่งขึ้นนี้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าการสอนขั้นเริ่มต้น

ดังกล่าวการฝึกระดับลึกนี้มุ่งเน้นที่หลักคำสอนพื้นฐานของคริสเตียนการอธิษฐานการเป็นพยานแบบเป็นวิถีชีวิตและการสร้าง
ทักษะการเฝ้าเดี่ยวที่เพลิดเพลิน
เมื่อสมาชิกใหม่เรียนบทเรียนสู่ความชื่นชมยินดีและสู่การเติบโตต่อเนื่องกัน เขาก็จะก้าวหน้าไปโดยธรรมชาติจากความมั่นใจ
สู่การเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณและสู่การรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาร์ลส์ฟินนีย์นักประกาศที่โด่งดังในศตวรรษที่สิบเก้าได้รับ
การเร้าใจให้เขียนกระบวนการเดียวกันนี้เมื่อเขาสังเกตเห็นความต้องการฝ่ายจิตวิญญาณของผู้เชื่อใหม่ในยุคของเขาเมื่อหัวใจของ
ผู้เชื่อใหม่อบอุ่นไปด้วยรักแรกก็เป็นเวลาที่จะช่วยให้พวกเขาคุ้นเคยกับพระผู้ช่วยให้รอดของพวกเขาอย่างเต็มที่ เป็นเวลาที่จะยกชู
พระองค์ขึ้นในความยิ่งใหญ่ทั้งสิ้นของพระองค์เพื่อเขาจะหลุดพ้นจากการพึ่งตัวเองทุกรูปแบบ และรับพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วย
ให้รอดแห่งปัจจุบัน พระผู้ช่วยให้รอดที่สมบูรณ์ และพระผู้ช่วยให้รอดนิรันดร์
ถ้าไม่ทำตามแนวทางนี้พวกเขาก็จะหวนกลับไปสู่ชีวิตแบบเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นอกจากคุณจะสามารถทำให้น้ำตกไนแอกา
ราไหลย้อนกลับ คุณถึงจะยับยั้งเขาไม่ให้กลับไปสู่นิสัยเดิมๆได้อีกในเมื่อพวกเขาถูกรุมล้อมด้วยการทดลองรอบข้างเช่นนี้พวก
เขาจำเป็นต้องคุ้นเคยกับพระผู้ช่วยให้รอดอย่างลึกซึ้งด้วยประสบการณ์ของเขาเองถ้าพวกเขาถูกทิ้งไว้ให้ต่อสู้กับการทดลองด้ว
ยความสามารถของตนเองแทนที่จะมีคนนำเขาไปหาพระผู้ช่วยให้รอดพวกเขาก็ย่อมท้อใจและตกสู่พันธนาการอย่างแน่นอน
ขณะที่เราพยายามจัดการปัญหาจำพวกเดียวกันนี้ในยุคของเรา เราจำเป็นต้องอธิษฐานอย่างเอาจริงเอาจังขอให้เรามีหัวใจ
ที่ห่วงใยอย่างแท้จริงเหมือนอย่างที่แซมโจนส์ นักเทศน์ลูกทุ่งผู้เป็นที่รักได้กล่าวไว้อาจารย์โจนส์กล่าวว่าผมไม่เคยเห็นพี่น้อง
ที่ยากไร้และอ่อนแอคนไหนที่ผมไม่อยากป้องกันเขาจากการทดลองและช่วยให้เขายังอยู่บนทางที่ตรงและแคบจนกระทั่งเขา
สามารถยืนปักหลักอยู่อย่างมั่นคงผู้เชื่อใหม่จำเป็นต้องได้รับการเลี้ยงดูพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเรา โอจะมีประโยชน์
อะไรที่จะพาพวกเขามาโบสถ์ถ้าไม่มีใครดูแลพวกเขา? พี่น้องที่รักของผมพี่น้องที่อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณจงรักผู้เชื่อใหม่จงยืนอยู่
เคียงข้างเขา และช่วยเขาอย่างสุดความสามารถ
คนทุกวัยสามารถเรียนรู้วิธีตอบสนองความต้องการของคริสเตียนใหม่และรับใช้พวกเขาด้วยใจอธิษฐานในฐานะผู้สร้างสาวก
เพื่อนคนหนึ่งเคยเล่าเรื่องน่าจดจำให้ผมฟังเป็นเรื่องของคุณยายที่นั่งรถเข็นเธอนัดพบกับสตรีคริสเตียนที่อายุน้อยกว่าทุกวัน
วันละคนเธอทำแบบนี้สัปดาห์ละห้าวันแม้เธอจะไปไหนมาไหนลำบากแต่มันก็ไม่สามารถหยุดเธอจากการใช้โต๊ะในครัวเป็น
สถานที่เสริมสร้างคนอื่นในงานรับใช้ เธอใช้บทเรียนสู่ความชื่นชมยินดีและสู่การเติบโตกับสมาชิกใหม่วันละคนและฝึกพวกเขา
อย่างสัตย์ซื่อให้พวกเขาเติบโตและทวีคูณฝ่ายจิตวิญญาณ
อายุไม่ใช่เงื่อนไขและการไปไหนมาไหนไม่ได้ก็ไม่ใช่อุปสรรค พันธกิจแบบชีวิตสัมผัสชีวิตที่ดีที่สุดในปัจจุบันบางพันธกิจ
ดำเนินไปโดยคริสเตียนวัยเกษียณที่อุทิศตัว พวกเขามีปัญหาหลายด้านแต่มีประสบการณ์เข้มข้นมีความรู้พระคัมภีร์และมีสติ
ปัญญาอันล้ำค่าซึ่งเกิดจากการอยู่กับพระคริสต์มานานหลายปีคนสูงอายุมีความพร้อมพิเศษสำหรับการหนุนใจและฝึกผู้เชื่อ
ใหม่ที่กำลังเติบโตวัยรุ่นก็สามารถทำพันธกิจกับวัยรุ่นด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกันและมักจะมีคำพูดเหมาสำหรับช่วย
สมาชิกใหม่ในวัยเดียวกันคนทุกวัยที่เคยสูญเสียเพื่อนสนิทหรือบุคคลอันเป็นที่รักก็สามารถช่วยคนที่กำลังเจ็บปวดเพราะความ
ว้าเหว่ มิตรภาพที่มีพระคริสต์เป็นศูนย์กลางไม่มีขอบเขตใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ การศึกษา วัฒนธรรม หรือภูมิหลัง
ดังนั้นขั้นต่อไปที่คุณจะต้องทำก็คืออธิษฐานเตรียมตัวและวางใจว่าพระเจ้าจะนำคุณไปหาผู้รับการฝึกที่พระองค์ทรงเลือกให้

คุณถ้าเราทุ่มเทตัวเองเพื่อช่วยเพียงหนึ่งหรือสองคนในแต่ละปีคริสเตียนใหม่ก็จะไม่ทุลักทุเล พวกเขากำลังมองหาความรักของ
พระคริสต์ซึ่งแสดงออกมาแบบจับต้องได้โดยการสร้างสาวกแบบพระคัมภีร์ใหม่ทั้งเราและสมาชิกใหม่ในคริสตจักรของเราจะ
สามารถเติบโตและทวีคูณได้
บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วงอกงามจำเริญขึ้น
เกิดผลสามสิบเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง ร้อยเท่าบ้าง (มาระโก 4:8)
โดย ดร.บิลลี่ แฮงค์ จูเนียร์ จากคู่มือสู่การเป็นผู้สร้างสาวกผู้นำ

Comments

comments